บริษัทฯ ให้ความสำคัญและส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างมีส่วนร่วม ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ผ่านโครงการและกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนสนับสนุนการมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนในท้องถิ่น สิทธิทางสังคม วัฒนธรรม และการจ้างงาน รวมถึงให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ และแบ่งปันโอกาสให้กับกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เพื่อสร้างสังคมแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการดูแลกันและกัน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการเติบโตของธุรกิจ ทั้งใน การสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น การยกระดับสภาพความเป็นอยู่เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน รวมถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกพื้นที่ที่บริษัทฯเข้าไปดำเนินธุรกิจ ผ่านการดำเนินโครงการ CSR-DIW (Standard of Corporate Social Responsibility, Department of Industrial Works) ที่ถูกพัฒนามาจากมาตรฐานสากล ISO 26000 เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานและขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ซึ่งบริษัทฯ มีการแต่งตั้งคณะทำงาน CSR-DIW จากส่วนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และดำเนินโครงการตั้งแต่ปีพ.ศ 2559 จนถึงปัจจุบันครอบคลุมทุกสาขาอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการจัดกิจกรรมและปลูกจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินการผ่านกิจกรรมและโครงการต่างๆที่ริเริ่มและจัดทำขึ้นเน้นตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อสร้างความสุขและสร้างคุณค่า ส่งเสริมการสร้างความรู้สู่ชุมชน สร้างงานและกระจายรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบ เพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน โดยแบ่งแนวทางเป็น 6 ด้าน ดังนี้

ปี 2568 บริษัทฯ ให้การสนับสนุนกิจกรรรมชุมชนและสังคม รวมถึงการจัดกิจกรรมสนับสนุนชุมชนรอบพื้นที่โรงงาน โดยมีสัดส่วนมูลค่าการลงทุนครบทุกด้าน ดังนี้
| การลงทุนทางสังคม | หน่วย | ด้านเด็กและเยาวชน | ด้านศิลปวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น | ด้านการพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ | ด้านสิ่งแวดล้อม | ด้านสุขภาพและอาชีว อนามัยที่ดี | ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและกลุ่มผู้เปราะบาง | ทั้งหมด |
| จำนวนกิจกรรม | 51 | 59 | 34 | 19 | 40 | 37 | 241 | |
| บาท | 247,079 | 239,961 | 282,885 | 129,427 | 445,958 | 1,292,097 | 2,637,407 | |
| ร้อยละ | 9.4 | 9.1 | 10.7 | 4.9 | 16.9 | 49 | 100 |
บริษัทฯ มุ่งสนับสนุนและพร้อมที่จะร่วมสานฝันให้เด็กและเยาวชนในทุกๆ สาขาอาชีพผ่านผลิตภัณฑ์ถุงมือยางคุณภาพของ "ศรีตรังโกลฟส์" ในกิจกรรมพัฒนาทักษะกระบวนการทางความคิดนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน ตลอดจนสามารถนำความรู้ในศาสตร์สาขาวิชาชีพของตนเองมาประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ปัญหาสาธารณสุขและแนะนำแนวทางในการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ รวมไปถึงการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม พร้อมเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต อาทิ โครงการค่ายมหิดล, โครงการค่ายวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์, โครงการค่ายสัตวแพทย์อาสา, โครงการการออกหน่วยบริการสุขภาพสัตว์, โครงการอาสาเพื่อพัฒนาชุมชนเมืองและชนบท, โครงการเปิดรั้วโรงเรียนแพทย์
โดยในปี 2658 บริษัทฯ มีการสนับสนุนถุงมือทางการแพทย์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน รวม 60,000 ชิ้น






บริษัทฯ ได้มีส่วนร่วมเชิงสร้างสรรค์กับกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติที่จัดขึ้นในพื้นที่ที่มีสาขาตั้งอยู่ โดยเน้นสร้างความสนุกสนาน และส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ อย่างสร้างสรรค์ เช่น กิจกรรมเล่นเกมส์สอดแทรกการพัฒนาไหวพริบ และทักษะต่างๆ ให้เด็กๆ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการมอบความสนุกให้กับเด็กๆ แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กร ภาครัฐ และชุมชน อีกด้วย




บริษัทฯ สนับสนุนทั้งบุคลากรจิตอาสา และงบประมาณเพื่อมุ่งหมายดูแลสุขภาพและพัฒนาการของสตรีและเด็ก ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนถึงอายุ 5 ปี ให้เด็กไทยเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ มีสุขภาพดี มีพัฒนาการสมวัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โครงการนี้ขยายแนวคิด "1,000 วันแรกของชีวิต" (ตั้งแต่ปฏิสนธิถึงอายุ 2 ขวบ) ให้ครอบคลุมถึงช่วงอายุ 5 ปี เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเด็กในระยะยาว ผ่านความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในชุมชนและท้องถิ่น โดยการลงพื้นที่ร่วมให้ความรู้คุณแม่มือใหม่ทั้งเรื่องโภชนาการและการเสริมสร้างพัฒนาการทารกแรกเกิดในพื้นที่ ที่บริษัทฯ ตั้งอยู่


บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ให้กับคนในชุมชนท้องถิ่น นอกเหนือจากการพิจารณารับคนในท้องถิ่นเข้าทำงาน ยังมีการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนในชุมชน โดยพิจารณาตามความต้องการและความสามารถของแต่ละชุมชนเป็นสำคัญ
บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) สาขาสุราษฎร์ธานี ได้จัดโครงการ “ไม้พาเลทสานรักษ์” ต่อเนื่องปีที่ 5 ผลการดำเนินโครงการ จนถึงปัจจุบัน (ปี 2568) ทางกลุ่มสามารถสร้างรายได้รวม 481,290 บาท
บริษัทฯ สามารถลดพื้นที่ในการจัดเก็บไม้พาเลทที่ไม่ใช้แล้ว เป็นจำนวน 5,872 ชิ้น






อาหารเช้าถือเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในช่วงวัยเรียนเพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและสมอง ต้องการพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอการรับประทานอาหารเช้าอย่างเหมาะสมและต่อเนื่องจะช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพในระหว่างการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวัน ปัจจุบันครอบครัวในหลายพื้น ที่ยังคงประสบปัญหาด้านอาหาร ทั้งปริมาณคุณภาพและความหลากหลายของสารอาหาร
โครงการ “อาหารเช้าเพื่อน้อง ปีที่ 2” เป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและต่อยอดจากโครงการเดิม โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดความรู้ให้น้องๆ นักเรียน เกี่ยวกับการเลี้ยงไก่ การเพาะเห็ด และการเพาะเลี้ยงแหนแดง ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับไก่ อีกทั้งยังช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นได้อย่างคุ้มค่า






โรงงานสาขาสะเดา พี.เอส. เล็งเห็นโอกาสที่จะส่งเสริมต่อยอดในการพัฒนาและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่น จึงได้ดำเนินโครงการ ส่งเสริมการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ ส่งเสริมด้านการประกอบอาชีพ และสนับสนุนการพึ่งพาตัวเองของชุมชน โดยเป็นการต่อยอดจากโครงการ “เลี้ยงแมลงเศรษฐกิจชันโรง” สู่ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง และช่องทางการขายออนไลน์ บน Platform TikTok ตลอดจนแนะแนวทางการตลาด และการทำ Content เพื่อประชาสัมพันธ์ร้านค้า
ผลการดำเนินโครงการในปี 2568 สามารถลดต้นทุน และสร้างรายได้ให้กับสมาชิก รวมเป็นเงิน 96,480 บาท ลดการส่งกำจัดขยะทั่วไปจากไม้พาเลท ซึ่งทางกลุ่มได้นำไปแปรรูปเป็นรังชันโรง จำนวน 5.6 ตัน







บริษทฯ สร้างสรรค์คุณค่าธุรกิจคู่สังคม หรือ CSV ( Creating Shared Value ) ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคม อีกทั้งมีส่วนปลูกฝังวัฒนธรรมสีเขียวให้กับพนักงาน ในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเปิดรับบริจาคเสื้อพนักงานที่ไม่ใช้แล้ว นำมาตัดเย็บเป็นผ้า reuse หมุนเวียนกลับมาใช้เช็ด เครื่องมือ เครื่องจักร ในองค์กร โดยโครงการดังกล่าว ได้ให้หน่วยฝึกวิชาชีพ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา เป็นองค์กรนำร่อง จากนั้นมีแผนที่จะขยายผลสู่กลุ่มผู้เปราะบาง หรือกลุ่มชุมชนต่างๆ ที่มีความสนใจต่อไป
ผลการดำเนินโครงการในปี 2568 นำขยะมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ทั้งสิ้น 1.2 ตัน และสามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิก รวมเป็นเงิน 39,600 บาท




นอกจากจะมีการส่งเสริมและร่วมพัฒนาเพื่อให้เกิดโครงการสร้างอาชีพในชุมชนต่างๆ แล้วนั้น บริษัทฯ ยังมีนโยบายในการใช้สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนมาบรรจุและจัดทำเป็นกระเช้าสำหรับผู้เยี่ยมชม ตามโอกาสสำคัญต่างๆ
โดยในปี 2568 มีการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนทั้งสิ้นเป็นเงิน 101,000 บาท
ผลิตภัณฑ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผึ้งโพรงแปลงใหญ่ต.โคกม่วง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา |
ผลิตภัณฑ์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแคร์คลีน บ้านไทย-จังโหลนต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา |
ผลิตภัณฑ์ น้ำผึ้งชันโรงชุมชนบ้านตัวอย่าง ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา |
ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากชุมชนโต๊ะเมืองบาติกชุมชนโต๊ะเมือง ต.บางหมาก อ.กันตัง จ.ตรัง |
ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ชุมชนปากกะแดะชุมชนปากกะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี |
ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เขาไชยราชต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร |
บริษัทฯ มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนโดยรอบองค์กร ผ่านการจัดสรรงบประมาณ และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสายงานต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น การซ่อมแซมถนนอาคารสาธารณะประโยชน์ในชุมชน ซ่อมแซมระบบน้ำประปา และซ่อมแซมระบบไฟฟ้าชุมชน ตลอดจนส่งเสริมสุขลักษณะที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนชุมชน

ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร
ซอยจอมทอง ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี


ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา


ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
บริษัทฯ ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่มีความมุ่งหวังที่จะยกระดับสุขภาวะในทุกๆ สังคม โดยใช้ทุกทรัพยากรที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งการส่งมองเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อใช้ในการดูแลคนในชุมชน เช่น ถุงมือแพทย์ , เครื่องวัดความดัน ,เครื่องวัดน้ำตาลในเลือด และเครื่องชั่งน้ำหนัก อีกทั้งมีการออกหน่วยตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับคนในชุมชน ตลอดจนการอบรมให้ความรู้ หลักสูตร “พัฒนาทักษะด้านความปลอดภัย และความรู้เบื้องต้นในการปฐมพยาบาล” ให้กับกลุ่ม อสม., หมอหมู่บ้าน, นักเรียน, นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยมุ่งหวังให้ชุมชนมีความรู้เพียงพอในการดูแลตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นในยามจำเป็น อันเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งตลอดปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินกิจกรรมทั้งสิ้น 5 พื้นที่ มีผู้ร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 262 คน








บริษัทฯ ดำเนินการจัดกิจกรรมให้พนักงานร่วมบริจาคโลหิตกับสภากาชาดไทย เป็นประจำทุก 3 เดือน เพื่อสนับสนุนงานบริการโลหิตสภากาชาดไทย ทดแทนโลหิตที่ถูกใช้ไปในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยจากเหตุการณ์ต่างๆ กิจกรรมนี้ยังช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีความเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์ และสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง โดยในปี 2568 มีพนักงานเข้าร่วมโครงการทั้ง 6 สาขา รวมจำนวนทั้งสิ้น 817 คน ปริมาณการบริจาคโลหิต จำนวน 367,650 CC.




บริษัทฯ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและกลุ่มผู้เปราะบางในสังคม โดยให้ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ โดยสร้างการมีส่วนร่วม สนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือ มอบถุงยังชีพ น้ำดื่ม และ ถุงมือทางการแพทย์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ผ่านการร่วมมือจากพันธมิตรของบริษัท โดยมีโครงการต่างๆ ดังนี้
บริษัทฯ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือฟื้นฟู และส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัยภัยตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ได้ร่วมส่งมอบถุงยังชีพ, น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต รวมถึงส่งพนักงานจิตอาสาแลรถดับเพลิงช่วยทำความสะอาดตามสถานที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมหลายพื้นที่ ในเขตจังหวัดสงขลา, ปัตตานี, ยะลา และ นราธิวาส มูลค่าสะสมกว่า 452,610 บาท
การส่งมอบถุงมือยางเพื่อทำความสะอาด น้ำสะอาดพร้อมพนักงานจิตอาสาช่วยทำความสะอาดบ้านเรือน เป็นต้น พร้อมสนับสนุนถุงมือยางรวม 909,400 ชิ้น ครอบคลุมกว่า 37 พื้นที่ รวมมูลค่าสะสมกว่า 1,000,000 บาท
รวมถึงมีการมอบเงินช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ผ่านหน่วยงาน ดังต่อไปนี้















บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 (มาตรา 33) โดยดำเนินโครงการจ้างงานคนพิการทั้งในรูปแบบการจ้างงานภายในบริษัทฯ และร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ในการจัดหางานที่เหมาะสมในหน่วยงานภาครัฐ อาทิ ศูนย์ซ่อมสร้างสุขชุมชนเทศบาลเมืองสะเดา, โรงพยาบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลา, ตรัง, สุราษฎร์ธานี และชุมพร โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน
นอกจากการจ้างงานตามกฎหมาย บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 1: ขจัดความยากจน และ SDG 10: ลดความไม่เสมอภาค ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ส่งเสริมการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้แก่พนักงานพิการที่ปฏิบัติงาน ณ ศูนย์ซ่อมสร้างสุขชุมชน เทศบาลเมืองสะเดา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ, ความชำนาญ และศักยภาพในการทำงาน พร้อมทั้งร่วมเป็นต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน




บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น รวมถึงชนพื้นเมือง โดยไม่แบ่งแยก และมุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้อยู่คู่ท้องถิ่น โดยการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนส่งเสริมการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น งานประเพณีลาซัง (การฉลองนาข้าวหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จ), งานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนคนพะตง, การจัดงานวากัฟ เพื่อสร้างความสมานฉันท์สู่สังคมพหุวัฒนธรรม





บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการร่วมรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และร่วมลดภาวะโลกร้อน ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศและ ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรต่างๆ จัดกิจกรรมปลูกป่า สร้างฝาย การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่แม่น้ำลำคลองและทะเล เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศของชุมชน รักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ผ่านโครงการ ดังนี้
Blue Carbon คือ คาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมในระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง อาทิ ป่าชายเลน ที่ราบน้ำท่วม แหล่งหญ้าทะเล และลุ่มน้ำเค็ม ระบบนิเวศเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการกักเก็บคาร์บอนสูงกว่าป่าบกถึง 4 เท่า เนื่องจากมีคุณสมบัติในการดึงคาร์บอนไดออกไซด์ลงไปกักเก็บไว้ในชั้นดินได้มากกว่า ซึ่งช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยบริษัทฯ ยังคงมีบทบาทในการผลักดันโครงการเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ภายใต้ความร่วมมือจากอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเลและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ซึ่งในปีนี้ได้มีการศึกษาและทดลองปลูกต้นแสมทะเลหรือต้นแสมดำ (พืชหน้าด่านป้องกันการกัดเซาะของชาดหาด) ในสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูลอัตราการรอด ก่อนจะทำการปลูกจริงในเขตหาดมดตะนอย จ.ตรัง





การทำงานเป็นภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการร่วมไม้ร่วมมือในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และร่วมลดภาวะโลกร้อน สนับสนุนการฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย หน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรต่างๆ จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่แม่น้ำ ลำคลอง และทะเล เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ








