A Timeline of our journey

ในปี พ.ศ.2532 บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เริ่มผลิตถุงมือยางทางการแพทย์ด้วยวัตถุประสงค์อยากปกป้องทุกสัมผัสด้วยความห่วงใยจากการติดเชื้อต่างๆ และเพื่อสร้างโลกแห่งสุขอนามัยที่ดีให้กับทุกๆชีวิต

ซึ่งในวันนี้พวกเราเติบโตขึ้นจนก้าวเป็นหนึ่งในองค์กรแห่งการปกป้องมือจากการติดเชื้อในระดับโลก โดยเราสามารถส่งออกถุงมือยางแห่งความห่วงใยได้ครอบคลุมมากกว่า 175 ประเทศทั่วโลก

2531
2532
2536
2539
2540
2542
2546
2548
2550
2551
2552
2554
2555
2556
2557
2558
2559
2560
2561
2562
2563
2564
2565
2566
2567
2568
5 ธันวาคม
ถุงมือชิ้นแรก
9 มกราคม
วันก่อตั้ง โรงงานหาดใหญ่ อย่างเป็นทางการ
ตุลาคม
  • เริ่มผลิต และขายถุงมือยางธรรมชาติ แบบไม่มีแป้ง (NR Powder – Free)
  • ถุงมือชิ้นที่ 1 พันล้าน ณ ขณะนั้นมีเพียง 18 สายการผลิตเท่านั้น
25 กันยายน
ได้การรับรอง ISO9001:1994 จาก TÜV PRODUCT SERVICE GMBH
โรงงานสาขาหาดใหญ่ เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 40 สายการผลิต
  • เริ่มผลิต และขายถุงมือยางสังเคราะห์ (NBR)
  • เริ่มก่อสร้าง โรงงานถุงมือ 2 (Line 41-60)
19 ธันวาคม
ได้การรับรอง ISO13485:1996 CMDCAS จาก TÜV AMERICA INC.
เริ่มก่อสร้าง โรงงานถุงมือ 3 (Line 61-78)
18 พฤศจิกายน
ได้การรับรอง ISO13485: 2003 จาก TÜV PRODUCT SERVICE GMBH
15 มกราคม
ได้การรับรอง ISO/IEC17025:2005 จาก Bureau of Laboratory Quality Standards Ministry of Public Health
5 กุมภาพันธ์
ได้การรับรองมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิต (Thai GMP) จาก Food and Drug Administration Ministry of Public Health, Thailand สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
เริ่มก่อสร้าง โรงงานถุงมือ 3/2 (Line 79-84)
10 กันยายน
วันเริ่มประกอบกิจการ โรงงานถุงมือ สาขาสุราษฎร์ธานี
25 มีนาคม
โรงงานถุงมือ สาขาสุราษฎร์ธานี ติดตั้งและเดินครื่องจักรชิ้นแรก และเป็นวันที่ผลิตถุงมือเป็นชิ้นแรกด้วย
  • โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานีก่อสร้างครบ 12 สายการผลิต
  • โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานีได้การรับรอง ISO 9001 และ ISO13485: 2003 จาก TÜV PRODUCT SERVICE GMBH
โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานีก่อสร้างครบ 14 สายการผลิต
22 มกราคม
โรงงานถุงมือ สาขาสุราษฎร์ธานี ได้การรับรองมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิต (Thai GMP) จาก Food and Drug Administration Ministry of Public Health, Thailand สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
กุมภาพันธ์
ส่งถุงมือออกครบ 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศที่ 100 คือ ประเทศ Ecuador
16 ธันวาคม
โรงงานถุงมือ สาขาหาดใหญ่ และ สาขาสุราษฎร์ธานี ได้การรับรอง MDD จาก Medical Device Safety Service
14 สิงหาคม
โรงงานถุงมือ สาขาหาดใหญ่ ได้การรับรอง ISO 22000:2005 จาก TÜV SÜV Management Service GmbH
7 พฤษภาคม
โรงงานถุงมือ สาขาหาดใหญ่ และ สาขาสุราษฎร์ธานี ได้การรับรอง PPE จาก SATRA TECHNOLOGY
22 มิถุนายน
โรงงานถุงมือ สาขาสุราษฎร์ธานี ได้การรับรอง ISO/IEC17025:2005 จาก Bureau of Laboratory Quality Standards Ministry of Public Health
13 มิถุนายน
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสุราษฎร์ธานี ได้การรับรอง ISO 14001:2015 จาก TÜV SUD ASIA Pacific TÜD SUD Group
16 มีนาคม
เปลี่ยนชื่อบริษัท เป็น บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด
5 ตุลาคม
ลงเสาเอก บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด สาขาหาดใหญ่
31 มีนาคม
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด สาขาสุราษฎร์ธานี ก่อสร้างครบ 21 สายการผลิต
11 กุมภาพันธ์
ลงเสาเอก บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด สาขาหาดใหญ่ โรง 3/3 (Line 85-90)
7 มิถุนายน 2562
ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ มีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 165,000,000 บาท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นจาก 825,000,000 บาท เป็น 990,000,000 บาทโดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,650,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering)
28 มิถุนายน 2562
บริษัทฯ ซื้อเงินลงทุนใน SDME จากบริษัท สตาร์เท็กซ์ รับเบอร์ จำกัด (“STC”) (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ STA) จำนวน 4,150,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือ ร้อยละ 100.0 ของเงินลงทุนทั้งหมดใน SDME ในมูลค่า 36,000,000 เหรินหมินปี้ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 163.07 ล้านบาท
30 กันยายน 2562
  • บริษัทฯ ได้ซื้อหุ้น STU จาก STA จำนวน 3,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 100.0 ของหุ้นทั้งหมดของ STU ในราคาหุ้นละ 1 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 30.82 บาท
  • โรงงานสาขาหาดใหญ่ ขยายสายการผลิตเพิ่มอีก 4 สายการผลิต เป็น 94 สายการผลิต
  • โรงงานสาขาตรัง ขยายสายการผลิตเพิ่มอีก 5 สายการผลิต เป็น 17 สายการผลิต
21 กุมภาพันธ์ 2563
  • STU เพิ่มทุนจดทะเบียนเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นจำนวน 6.5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 205.08 ล้านบาท
  • โรงงานสาขาหาดใหญ่ ขยายสายการผลิตเพิ่มอีก 6 สายการผลิต เป็น 100 สายการผลิต
  • โรงงานสาขาตรัง ขยายสายการผลิตเพิ่มอีก 7 สายการผลิต เป็น 24 สายการผลิต
2 กรกฎาคม 2563
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
28 ธันวาคม 2563
เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทฯ จากเดิม 1.00 บาท/หุ้น เป็น 0.50 บาท/หุ้น ตามที่ประชุมผู้ถือหุ้น
7 มกราคม 2564
บริษัทฯ ซื้อหุ้นของ PSE จาก STA และ RBL จำนวน 419,996 หุ้นและ 80,000 หุ้น ตามลำดับ รวมคิดเป็นร้อยละ 99.9992 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
7 มกราคม 2564
บริษัทฯ ซื้อหุ้นของ PS จาก STA จำนวน 399,994 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 99.9985 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
10 พฤษภาคม 2564
บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนบนกระดานหลัก (Main Board) ของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX-ST) โดยไม่มีการออกและเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ ภายใต้ชื่อย่อ “STG”
23 สิงหาคม 2564
จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศสิงคโปร์ ชื่อว่า SRI TRANG GLOVES (SINGAPORE) PTE. LTD. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดจำหน่ายถุงมือยาง และวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D)
24 สิงหาคม 2564
จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศสิงคโปร์ ชื่อว่า SRI TRANG GLOVES GLOBAL PTE. LTD. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการสินทรัพย์ทางการเงิน และการลงทุนทางการเงิน
7 ตุลาคม 2564
จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย ชื่อว่า PT Sri Trang Gloves Indo ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดจำหน่ายถุงมือยาง
26 พฤศจิกายน 2564
  • จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศเวียดนาม ชื่อว่า SRI TRANG GLOVES VIETNAM COMPANY LIMITED ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดจำหน่ายถุงมือยาง
  • โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานี ขยายสายการผลิตเพิ่มอีก 17 สายการผลิต เป็น 38 สายการผลิต
  • ก่อตั้งโรงงานแห่งใหม่สาขาสะเดา ซึ่งมี 5 สายการผลิต
2565
  • โรงงานสาขาสุราษฎร์ธานี ขยายสายการผลิตเพิ่มอีก 1 สายการผลิต เป็น 39 สายการผลิต
  • โรงงานสาขาสะเดา พี.เอส. ขยายสายการผลิตเพิ่มอีก 3 สายการผลิต เป็น 8 สายการผลิต
  • ก่อตั้งโรงงานใหม่สาขาอันวาร์ ซึ่งมี 12 สายการผลิต
  • โรงงานสาขาตรัง ขยายสายการผลิตเพิ่มอีก 10 สายการผลิต เป็น 34 สายการผลิต
  • ก่อตั้งโรงงานใหม่สาขาชุมพร ซึ่งมี 12 สายการผลิต
  • บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อว่า SRI TRANG RESPONSIBLE GLOVES SUPPLY INC. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดจำหน่ายถุงมือยางในประเทศสหรัฐอเมริกา
  • บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศฟิลิปปินส์ ชื่อว่า SRI TRANG GLOVES PHILIPPINES INC. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดจำหน่ายถุงมือยางในประเทศฟิลิปปินส์
2566
  • บริษัทฯ เริ่มผลิตถุงมือผ่าตัด (Surgical gloves) และได้จัดจำหน่ายทั้งในไทยและต่างประเทศ
  • โรงงานสาขาอันวาร์ ขยายสายการผลิตเพิ่มขึ้น 8 สายการผลิต รวมเป็น 20 สายการผลิต
  • โรงงานสาขาหาดใหญ่ ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตถุงมือผ่าตัด (Surgical gloves) ได้แก่ ISO 9001:2015_ Quality Management System, EN ISO 13485:2016 _Medical Devices Quality Management System และ ISO 13485:2016_ Medical Devices Quality Management System (MDSAP)
  • โรงงานสาขาอันวาร์ และสาขาชุมพร ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015_ Quality Management System, EN ISO 13485:2016_ Medical Devices Quality Management System และ ISO 13485:2016_ Medical Devices Quality Management System (MDSAP)
  • โรงงานสาขาชุมพร ได้รับการรับรองมาตรฐาน amfori BSCI ในระดับเกรด A ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 5 ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว ต่อจากสาขาหาดใหญ่, ตรัง, สุราษฎร์ธานี และสะเดา พี.เอส. โดยได้รับการรับรองระดับเกรด A ทุกโรงงาน
  • โรงงานสาขาสะเดา พี.เอส. ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001:2015_ Environmental Management System และ ISO 45001:2018_ Occupational Health and Safety Management System
  • โรงงานสาขาหาดใหญ่ ได้รับการรับรองมาตรฐาน BRCGS_ Global Standard for Consumer Products Personal Care and Household
2567
  • บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่อว่า SHIDONG MEDICAL EQUIPMENT (SUZHOU) CO., LTD. (SDMES) ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจบรรจุและจัดจำหน่ายถุงมือยางในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บริษัทฯ ส่งมอบออเดอร์ถุงมือยางธรรมชาติที่ผลิตจากน้ำยาง EUDR แก่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมทางการแพทย์และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2567
  • โรงงานสาขาอันวาร์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน amfori BSCI ในระดับเกรด A ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 6 ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสังคมดังกล่าว ต่อจากสาขาหาดใหญ่ ตรัง สุราษฎร์ธานี สะเดา พี.เอส. และชุมพร โดยได้รับการรับรองระดับเกรด A ทุกโรงงาน
  • โรงงานทุกสาขาของบริษัทฯ ทั้ง 6 แห่ง ได้รับการรับรองตามมาตรฐานจริยธรรมด้านสังคมและแรงงานจาก Sedex SMETA และ ILO 11 Indicator of Forced Labor
  • โรงงานสาขาหาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี ตรัง สะเดา พี.เอส. และชุมพร ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
  • โรงงานสาขาหาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี และตรัง ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) จากกระทรวงอุตสาหกรรม
2568
  • บริษัทฯ รับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer หรือ “EBT”) จากบริษัท สะเดา พี.เอส.รับเบอร์ จำกัด (บริษัทย่อย) เพื่อปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัท เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568
  • บริษัท สะเดา พี.เอส.รับเบอร์ จำกัด จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568
  • Sri Trang USA Inc. (บริษัทย่อย) เปิดสำนักงานแห่งใหม่ ณ เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเสริมศักยภาพ การเติบโตระดับโลก
  • บริษัทฯ ได้รับสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) มูลค่า 2,000 ล้านบาท จากธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทฯ ได้ขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product : CFP) จำนวน 24 กลุ่ม ผลิตภัณฑ์ ในปี 2568
  • โรงงานสาขาสะเดา พี.เอส สาขาอันวาร์ และสาขาชุมพร ได้รับการรับรองมาตรฐาน BRCGS_ Global Standard for Consumer Products Personal Care and Household และมาตรฐานการผลิตเครื่องมือแพทย์ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่ดีในการผลิตเครื่องมือแพทย์ (GMP) โดยโรงงานของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวครบทั้ง 6 สาขา ต่อจากสาขาหาดใหญ่ ตรัง และสุราษฎร์ธานี
  • โรงงานสาขาสะเดา พี.เอส. ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture) จาก กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งโรงงานของบริษัทฯ ได้รับการรับรองในระดับที่ 4 จำนวน 4 โรงงาน ได้แก่ สาขาหาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี ตรัง และสะเดา พี.เอส. และระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) ได้แก่ สาขาชุมพร และอันวาร์
  • โรงงานสาขาอันวาร์ ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยโรงงานของบริษัทฯ ได้รับการรับรองดังกล่าวครบ ทั้ง 6 สาขา