

ตลอดปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของอุตสาหกรรมถุงมือยางอันเกิดจากปัจจัยภายนอกหลายประการ ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ (US Reciprocal Tariff) การเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ประกอบการรายต่าง ๆ ที่ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคายังคงเข้มข้น รวมถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ค่าเงินบาท ที่แข็งค่า และเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่โดยรอบโรงงานบางแห่งของบริษัทฯ ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโครงสร้างการผลิตที่ยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งถุงมือยางธรรมชาติ (NR) และถุงมือยางไนไตรล์ (NBR) รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายด้วยงานวิจัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า อีกทั้งได้กระจายตลาดไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อช่วยสร้างสมดุลเชิงกลยุทธ์ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเสริมเสถียรภาพการดำเนินงานในระยะยาว โดยปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 23,890 ล้านบาท มีปริมาณขาย 37,102 ล้านชิ้น และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ไม่รวมรายการพิเศษ อยู่ที่ 3,427 ล้านบาท
แม้ว่าในช่วงปลายปี เหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จะเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญที่กระทบต่อทั้งชุมชน พนักงาน และการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งทำให้โรงงานของบริษัทฯ บางแห่งต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวและเกิดความเสียหาย บริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ทั้งการซ่อมแซมเครื่องจักร การฟื้นฟูพื้นที่ปฏิบัติงาน การบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตลอดจนการดูแลสวัสดิภาพพนักงาน และให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนโดยรอบอย่างเหมาะสม โรงงานส่วนใหญ่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จากความทุ่มเทและศักยภาพของบุคลากร รวมทั้งกลยุทธ์ ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ผสานความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทำให้บริษัทฯ สามารถฟื้นฟูจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างมั่นคง และเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว
บริษัทฯ ยังได้สร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินงานเพื่อไปสู่ความยั่งยืนด้วยพันธกิจ “การตรวจสอบย้อนกลับ (TRACEABILITY)” ในปี 2568 เพื่อมุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ผ่านการใช้วัตถุดิบน้ำยางธรรมชาติที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างครบถ้วน และผ่านการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐาน EU Deforestation Regulation (EUDR) จากแหล่งปลูก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ใช้วัตถุดิบที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า สอดคล้องตามกฎระเบียบ EUDR และกฎระเบียบอื่นที่อาจมีเพิ่มขึ้นในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนร่วมกัน และเพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก โดยบริษัทฯ ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ถุงมือที่สอดคล้องกับข้อกำหนด EUDR ไปยังกว่า 19 ประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดยุโรป นอกจากนี้ กลุ่มศรีตรังยังได้ยกระดับมาตรฐาน FSC ด้วยการเพิ่มขอบเขตข้อกำหนด EUDR ทำให้สามารถรับรองผลิตภัณฑ์ FSC ตามมาตรฐาน FSC-STD-01-004 FSC Regulatory Module (FSC100%/ Reg) ได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ เสริมความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ตลอดจนองค์ความรู้ในเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Traceability) ดังกล่าว ยังทำให้บริษัทฯ สามารถปรับใช้กับมาตรฐานและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่อาจมีเพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้น ตามที่บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative: SBTi) ผ่านกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (Scope 1 และ 2) ได้ร้อยละ 12.72 เทียบกับปีฐาน 2567 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Scope 1 และ 2) ได้ร้อยละ 17.24 เทียบกับปีฐาน 2567 ซึ่งบรรลุตามแผนงานที่วางไว้ อีกทั้ง โรงงานสาขาทุกแห่งของบริษัทฯ ยังได้รับการทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อกำหนดสำหรับการคำนวณ และการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรตามมาตรฐาน GHG Protocol รวมถึงได้ขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) จำนวน 24 กลุ่มผลิตภัณฑ์ กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ด้วย
โดยบริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านการติดตั้งระบบ Solar Rooftop และ Floating Solar ครบทุกโรงงานทั้ง 6 สาขา ซึ่งรวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 14.72 เมกะวัตต์ จากปี 2567 อยู่ที่ 2.97 เมกะวัตต์ โดยมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 20,632 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งนำไปใช้ในกระบวนการผลิตและการดำเนินงานของสำนักงาน ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 2 จากการซื้อไฟฟ้าได้รวม 9,800 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 81 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานสำคัญด้านเป้าหมายการบริหารจัดการพลังงาน ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงได้อยู่ที่ร้อยละ 18.50 จากปีฐาน 2562 ซึ่งทำได้ดีกว่าปี 2567 ถึงร้อยละ 4.06 ส่วนการบริหารจัดการของเสียผ่านการดำเนินกิจกรรมในโครงการต่าง ๆ สามารถจัดการของเสียไม่อันตรายจากกระบวนการผลิตต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ที่กำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ลดลงได้ร้อยละ 6.05 เทียบกับปีฐาน 2567 ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมทำให้โรงงานสาขาสะเดา พี.เอส. ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 (Green Culture) ประจำปี 2568 จากกระทรวงอุตสาหกรรม และโรงงานสาขาทั้งหมดของบริษัทฯ ยังได้รับการรับรองระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 อย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 100 ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนอีกด้วย
ในด้านเงินลงทุนเพื่อพัฒนาความยั่งยืน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีการใช้เงินที่ได้จากการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตั้งแต่เริ่มโครงการครบถ้วน ในมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,500 ล้านบาทแล้ว ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานได้ตามเป้าหมายและกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ นอกจากนั้น ในปี 2568 บริษัทฯ ยังได้รับสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจะถูกปรับขึ้นหรือลดลงตามผลการดำเนินงานต่อเป้าหมายด้านความยั่งยืนในแต่ละปี ซึ่งได้เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงร้อยละ 20 ภายในปี 2573 เทียบกับปีฐาน 2567 และการลดปริมาณของเสียไม่อันตรายจากกระบวนการผลิตที่กำจัดด้วยวิธีฝังกลบต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573 เทียบกับปีฐาน 2567 การได้รับสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนเป้าหมายทางธุรกิจด้วยกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางการเงิน พร้อมยกระดับมาตรฐานองค์กรสู่ระดับสากล และรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมถุงมือยางระดับโลกที่เติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อันสอดคล้องกับแนวคิด “Clean World Clean Gloves” หรือ “ถุงมือสะอาด โลกสะอาด”
บริษัทฯ มุ่งรับผิดชอบต่อสังคมในห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ ด้วยการให้ความคุ้มครองสิทธิแรงงาน การไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานทาส รวมทั้งเคารพสิทธิมนุษยชน และการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้บริษัทฯ ผ่านการรับรองมาตรฐานสำคัญต่าง ๆ ในระดับสากล สำหรับทุกโรงงานสาขาของบริษัทฯ ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้รับการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน คิดเป็นร้อยละ 100 และประเด็นข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่อุปทานจากการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นศูนย์ ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งได้ดำเนินการตามระบบมาตรฐาน ISO 45001:2018 จากผลการดำเนินงานทำให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตจากการทำงานเป็นศูนย์ และจำนวนการเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดเป็นศูนย์เช่นกัน ซึ่งผลดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทฯ กำหนด โดยบริษัทฯ ยังได้สนับสนุนการเพิ่มทักษะและศักยภาพที่จำเป็นแก่พนักงาน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องตามพันธกิจและกลยุทธ์ในการพัฒนาของบริษัทฯ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้งานเครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools) อีกทั้งผลักดันการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับกระบวนการทำงานทั้งองค์กร พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยการเปิดตัว “AI Clinic” เพื่อเป็นเวทีสำหรับพนักงานในการนำเสนอไอเดียที่เกี่ยวข้องกับ AI พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ให้คำปรึกษา เพื่อต่อยอดสู่การปฏิบัติจริง ทั้งนี้ ในปี 2568 ได้ส่งเสริมและจัดอบรมจำนวน 2,292 หลักสูตร คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 9 ล้านบาท
นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีนโยบายและการจัดกิจกรรม CSR ที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยได้สร้างความรู้ สร้างงาน และกระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ โครงการต่อยอดจากโครงการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจชันโรง สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง ภายใต้แบรนด์ “1,000 เกสร” โดยบริษัทฯ ให้การสนับสนุนด้านการออกแบบตราสินค้า ควบคู่กับการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ซึ่งผลการดำเนินงานปี 2568 สามารถลดต้นทุนและสร้างรายได้ให้กับสมาชิกรวมเป็นเงิน 96,480 บาท และมีผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) อยู่ที่ 4.60 เท่า สำหรับเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 บริษัทฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในพื้นที่ เช่น การส่งมอบน้ำดื่ม และถุงยังชีพรวมมากกว่า 1,300 ชุด อีกทั้งได้ส่งพนักงานจิตอาสาและรถดับเพลิงช่วยทำความสะอาดชุมชน โรงเรียน และโรงพยาบาล รวมกว่า 25 พื้นที่ และได้ส่งมอบเงินบริจาคแก่หน่วยงานด้านสาธารณสุข รวมถึงสนับสนุนถุงมือยางทางการแพทย์และถุงมือยางอเนกประสงค์กว่า 9 แสนชิ้น ให้แก่หน่วยงานราชการ โรงพยาบาลสนาม และศูนย์พักพิงกว่า 30 พื้นที่ ครอบคลุมจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ตลอดจนคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงานประจำและพนักงานรายวัน โดยบริษัทฯ มีมาตรการบรรเทาผลกระทบด้วยการส่งมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค มาตรการเงินช่วยเหลือ โครงการล้างบ้านพนักงาน ทั้งยังได้จัดตั้งโรงครัวศรีตรังเพื่อผู้ประสบภัย และศูนย์พักพิงในพื้นที่ของบริษัทในเครือ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ โดยดูแลทั้งเรื่องอาหาร ที่พักที่สะอาดปลอดภัย และมีพยาบาลประจำศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อพันธมิตรทางธุรกิจทั้งด้านการค้าและการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทฯ ได้ขยายภาคีเครือข่ายธุรกิจโปร่งใสไปยังบริษัทคู่ค้าในโครงการ CAC Change Agent ซึ่งในปีแรกมีคู่ค้าเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันมากกว่า 10 ราย ทำให้บริษัทฯ ได้รับการรับรองสถานะเป็นสมาชิก CAC Change Agent และได้รับรางวัล CAC Change Agent Award 2025 ตลอดจนได้สื่อสารจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจไปยังคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งได้ลงนามรับทราบแนวปฏิบัติด้านจรรยาบรรณดังกล่าว คิดเป็นร้อยละ 100 อีกทั้งยังได้ตรวจสอบด้านจริยธรรมธุรกิจและมาตรฐานแรงงาน ตามมาตรฐาน SMETA (Sedex Members Ethical Trade Audit) และได้ประเมินความเสี่ยงในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG) ในพื้นที่ปฏิบัติการของคู่ค้า คิดเป็นร้อยละ 100 ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและมีการประสานความร่วมมือที่ดีกับคู่ค้า ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล SX TSCN Sustainability Award 2025 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จาก Thailand Supply Chain Network (TSCN) รวมทั้งรางวัล Business Partners Award ระดับ Platinum เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และรางวัล Business Partner of the Year 2025 จากกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและการยอมรับจากพันธมิตรทางธุรกิจ ในความร่วมมือกันเพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้บริโภค และยกระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
ด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า จากผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า อยู่ที่ร้อยละ 85.69 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ ร้อยละ 80.00 และบริษัทฯ ได้ดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว รวมทั้งนำข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อปรับปรุงและป้องกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อการเก็บรักษาความลับของลูกค้า โดยไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้เกี่ยวข้องโดยมิชอบ ตลอดระยะเวลาที่่ผ่านมาไม่มีกรณีหรือเหตุการณ์ที่บริษัทฯ ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และสามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้ปราศจากเหตุการณ์รั่วไหล (Zero Data Breach) ตลอดจนสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ได้ครบถ้วนร้อยละ 100 ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน
บริษัทฯ ได้ประเมินระบบการควบคุมภายในโดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากลของ The Committee of Sponsoring Organization of Treadway Commission (COSO 2013) และยังได้ประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายในตาม Quality Assurance and Improvement Program (QAIP) ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่า การปฏิบัติงานของฝ่ายตรวจสอบภายในมีความสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพการตรวจสอบภายในสากล นอกจากนั้น ยังได้นำ Power BI มาใช้เป็นเครื่องมือด้าน Data Analytics ในการวิเคราะห์การกำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ SAP เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของงานตรวจสอบภายในให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพการตรวจสอบภายในสากล ส่วนการบริหารจัดการความเสี่ยง บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ISO 22301:2019 ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว และในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทบทวนและประเมิน Enterprise Risk Management (ERM) และจัดลำดับความเสี่ยงองค์กรใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะทางธุรกิจและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างปี โดยได้กำหนดปัจจัยความเสี่ยงที่ครอบคลุมถึงความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ตลอดจนยังได้วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาส ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และผลกระทบทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย
สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัทฯ ได้นำ AI และ Internet of Things (IoT) มาใช้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมทั้งให้ความสำคัญกับการใช้งาน AI Agents โดยเฉพาะในงานสำนักงาน นอกจากนั้น ในปี 2568 กลุ่มศรีตรังยังได้จัดทำนโยบายธรรมาภิบาลข้อมูลและขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งนับเป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลองค์กรที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อให้การจัดการข้อมูลที่นับเป็นสินทรัพย์สำคัญขององค์กรมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำและรวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระยะยาวขององค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ทั้งนี้ การดำเนินงานด้าน AI ของกลุ่มบริษัทมีความคืบหน้าตามแผน โดยได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และกระบวนการ เพื่อรองรับการขยายการใช้งาน AI ในอนาคต สอดรับการพัฒนาในปี 2569 ซึ่งบริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาด้วยพันธกิจ “Empowering AI: พลังแห่งปัญญาประดิษฐ์” เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ในทุกส่วนขององค์กร ตลอดจนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี Manufacturing AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และนวัตกรรมในกระบวนการผลิต รวมทั้งขยายสู่การดำเนินงานทุกมิติในอนาคต
จากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพในด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนขององค์กร ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลและการจัดอันดับอยู่ในระดับดีเลิศทั้งในระดับประเทศและระดับสากล อาทิเช่น รางวัล Best Sustainability Awards กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในงาน SET Awards 2025 และการจัดอันดับเป็น Sustainability Yearbook Member กลุ่มธุรกิจ Healthcare Equipment & Supplies จาก S&P Global Sustainability Yearbook 2026 รวมทั้งผลการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ซึ่งได้รับผลการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG อยู่ในระดับ “ต่ำ” (Low)”
ในนามคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่เชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา และขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติงานตามพันธกิจและเป้าหมาย เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม บริษัทฯ จะยึดมั่นในการเป็นองค์กรที่สร้างทั้งคุณค่าและมูลค่า ด้วยศักยภาพและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง รวมทั้งจะนำโอกาสและผลการดำเนินงานที่ดีมาสู่องค์กร ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน
บริษัทฯ ได้ทำการระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า วิเคราะห์ และจัดลำดับของผู้มีส่วนได้เสีย โดยพิจารณาเกณฑ์ระดับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย และ เกณฑ์ระดับอิทธิพลของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินธุรกิจ (GRI 2-29) เพื่อให้การตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างเหมาะสม และตรงประเด็น บริษัทฯ จึงได้กำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ ภาระหน้าที่และการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแนวทางที่บริษัทฯ กำหนด
บริษัทฯ มีการทบทวนความต้องการ/ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ปีละ 1 ครั้ง และปรับปรุงวิธีการตอบสนองตามความเหมาะสม การดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ จำแนกกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียออกเป็น 7 กลุ่ม เรียงลำดับตามความสำคัญดังนี้
| ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม: |
|
| ความต้องการ/ความคาดหวัง: |
|
| วิธีการตอบสนองความคาดหวัง: |
|
| ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568: |
|
| ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม: |
|
| ความต้องการ/ความคาดหวัง: |
|
| วิธีการตอบสนองความคาดหวัง: |
|
| ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568: |
|
| ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม: |
|
| ความต้องการ/ความคาดหวัง: |
|
| วิธีการตอบสนองความคาดหวัง: |
|
| ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568: |
|
| ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม: |
|
| ความต้องการ/ความคาดหวัง: |
|
| วิธีการตอบสนองความคาดหวัง: |
|
| ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568: |
|
| ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม: |
|
| ความต้องการ/ความคาดหวัง: |
|
| วิธีการตอบสนองความคาดหวัง: |
|
| ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568: |
|
| ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม: |
|
| ความต้องการ/ความคาดหวัง: |
|
| วิธีการตอบสนองความคาดหวัง: |
|
| ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568: |
|
| ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม: |
|
| ความต้องการ/ความคาดหวัง: |
|
| วิธีการตอบสนองความคาดหวัง: |
|
| ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568: |
|
บริษัทฯ ตระหนักถึงการระบุและจัดการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ อย่างรับผิดชอบและสร้างคุณค่าระยะยาว เพื่อให้การดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และสามารถวัดผลได้ บริษัทฯ ดำเนินการรวบรวม ประเมิน และจัดลำดับประเด็นสำคัญ (Materiality Assessment) อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการทบทวนประเมินผลทุก 2 ปี ผ่านการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการประเด็นเหล่านี้ ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยการประเมินจะครอบคลุมทั้งมิติผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (Impact Materiality) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบเชิงบวก-ลบต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคมจากการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า และ มิติความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน (Financial Materiality) เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและสถานะทางการเงินของบริษัทฯ
กระบวนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (GRI 3-1)
ในปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินการคัดเลือกและประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนตามหลัก Double Materiality ภายใต้กรอบ CSRD (Corporate Sustainability Reporting Directive) หรือ กฎหมาย (Directive) ของสหภาพยุโรป ที่บังคับให้บริษัทที่เข้าเกณฑ์ ต้องรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า ESRS (European Sustainability Reporting Standards) พร้อมอ้างอิง GRI Standards และเป้าหมาย UNSDGs ให้สอดคล้องกับแนวทางสากลด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน โดยครอบคลุมทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความสำคัญต่อธุรกิจอย่างรอบด้าน
กระบวนการประเมินประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้:
กำหนดขอบเขตของกิจกรรมทางธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง
ประเมินผลกระทบจากกิจกรรมขององค์กรต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม รวมถึง สิทธิมนุษยชน (Inside-out)
ผลกระทบเชิงลบ ( - )
ผลกระทบเชิงบวก ( + )
ประเมินผลกระทบทางการเงินด้านความยั่งยืน ต่อประสิทธิภาพทางธุรกิจ การพัฒนา และสถานะทางการเงินขององค์กร (Outside-in)
ความเสี่ยง (Risk)
โอกาส (Opportunity)
จัดลำดับประเด็นสำคัญ Double Materiality เพื่อนำมาบริหารจัดการและเปิดเผยในรายงานความยั่งยืน
การจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน Double Materiality ดังนี้

19 หัวข้อประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน และประเด็นที่มีนัยสำคัญในแต่ละมิติ (GRI 3-2)
| No. | ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Material Topics) | Impact Materiality | Financial Materiality | Double Materiality |
|---|---|---|---|---|
| ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ | ||||
|
1 |
การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน |
|
|
|
|
2 |
ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล |
|
|
|
|
3 |
การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ |
|
|
|
|
4 |
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน |
- |
- |
- |
|
5 |
การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม |
- |
- |
- |
|
6 |
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ |
- |
- |
- |
| ด้านสังคม | ||||
|
7 |
การสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับชุมชน |
- |
- |
- |
|
8 |
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน |
|
|
|
|
9 |
คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ |
- |
- |
- |
|
10 |
ความสัมพันธ์กับลูกค้า |
- |
- |
- |
|
11 |
สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ |
|
- |
- |
|
12 |
การดูแลและพัฒนาทักษะพนักงาน |
- |
- |
- |
| ด้านสิ่งแวดล้อม | ||||
|
13 |
กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ |
|
|
|
|
14 |
การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ |
|
- |
- |
|
15 |
การบริหารจัดการของเสีย |
|
|
|
|
16 |
การบริหารจัดการพลังงาน |
- |
|
- |
|
17 |
การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง |
|
|
|
|
18 |
ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม |
- |
|
- |
|
19 |
การคำนึงถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ |
- |
- |
- |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน | เนื้อหาที่รายงาน | หน้า | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผู้มีส่วนได้เสียหลัก | มุมมองผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม | มุมมองผลกระทบด้านความเสี่ยงและโอกาส | ผลการประเมินประเด็นสำคัญในแต่ละมิติ | |||||
| ผลกระทบตามช่วงเวลา | Impact Materiality | Financial Materiality | Double Materiality | |||||
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) | สูงมาก | สูงมาก |
|
ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล | 89-99 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) | สูง | สูง |
|
การบริหารจัดการความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ | 78-88 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) | สูง | สูง |
|
การกำกับดูแลกิจการ – จรรยาบรรณธุรกิจ – การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน – การแจ้งเบาะแสหรือรับเรื่องร้องเรียน | 49-51 52-58 72-77 74-77 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) | กลาง | กลาง | - | เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ | 100-103 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (> 5 ปี) | กลาง | กลาง | - | การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน – สรุปผลการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ | 104 208 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (> 5 ปี) | ต่ำ | กลาง | - | การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม | 112 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน | เนื้อหาที่รายงาน | หน้า | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผู้มีส่วนได้เสียหลัก | มุมมองผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม | มุมมองผลกระทบด้านความเสี่ยงและโอกาส | ผลการประเมินประเด็นสำคัญในแต่ละมิติ | |||||
| ผลกระทบตามช่วงเวลา | Impact Materiality | Financial Materiality | Double Materiality | |||||
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) | สูง | สูง |
|
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน – สรุปผลการดำเนินงานด้านสังคม | 138 219 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) - ระยะยาว (>5 ปี) | สูง | กลาง | - | สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ | 115 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: ความสัมพันธ์กับลูกค้า | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) | กลาง | กลาง | - | ความสัมพันธ์กับลูกค้า | 151 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การดูแลและพัฒนาทักษะพนักงาน | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (>5 ปี) | กลาง | กลาง | - | การดูแลพนักงานและพัฒนาทักษะนักงาน – สรุปผลการดำเนินงานด้านสังคม | 124 208-219 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับชุมชน | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) | ต่ำ | กลาง | - | การสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับชุมชน | 153 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) | ต่ำ | กลาง | - | ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภค | 148 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน | เนื้อหาที่รายงาน | หน้า | ||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ผู้มีส่วนได้เสียหลัก | มุมมองผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม | มุมมองผลกระทบด้านความเสี่ยงและโอกาส | ผลการประเมินประเด็นสำคัญในแต่ละมิติ | |||||
| ผลกระทบตามช่วงเวลา | Impact Materiality | Financial Materiality | Double Materiality | |||||
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (>5 ปี) | สูงมาก | สูง |
|
กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม |
171 223-224 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการของเสีย | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) | สูง | สูง |
|
การบริหารจัดการของเสีย – สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม | 195 227-230 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) | สูง | สูง |
|
การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง – การบริหารจัดการน้ำใช้ – การบริหารจัดการน้ำทิ้ง – สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม | 190 190 193 225-227 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) | สูง | กลาง | - | การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ – สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม | 189 224 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการพลังงาน | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) - ระยะยาว (>5 ปี) | ต่ำ | สูง | - | การบริหารจัดการพลังงาน – สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม | 184 222 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) | ต่ำ | สูง | - | ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม – การสร้างวัฒนธรรมสีเขียว | 165 166 |
| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การคำนึงถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ | ||||||||
|
ผลกระทบเชิงลบ
ผลกระทบเชิงบวก
|
ความเสี่ยง
โอกาส
|
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (>5 ปี) | กลาง | ต่ำ | - | การคำนึงถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ | 203 |
บริษัทฯ ได้เข้าเป็นสมาชิกและระดับบริหารในองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมผลักดันพัฒนาการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของอุตสาหกรรมยางพารา ตลอดจนการเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน และเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทาง การพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนี้
ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ
ด้านสังคม
ด้านสิ่งแวดล้อม
