image bg

ตลอดปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของอุตสาหกรรมถุงมือยางอันเกิดจากปัจจัยภายนอกหลายประการ ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ (US Reciprocal Tariff) การเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ประกอบการรายต่าง ๆ ที่ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคายังคงเข้มข้น รวมถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ค่าเงินบาท ที่แข็งค่า และเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่โดยรอบโรงงานบางแห่งของบริษัทฯ ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโครงสร้างการผลิตที่ยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งถุงมือยางธรรมชาติ (NR) และถุงมือยางไนไตรล์ (NBR) รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายด้วยงานวิจัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า อีกทั้งได้กระจายตลาดไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อช่วยสร้างสมดุลเชิงกลยุทธ์ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเสริมเสถียรภาพการดำเนินงานในระยะยาว โดยปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 23,890 ล้านบาท มีปริมาณขาย 37,102 ล้านชิ้น และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ไม่รวมรายการพิเศษ อยู่ที่ 3,427 ล้านบาท

แม้ว่าในช่วงปลายปี เหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จะเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญที่กระทบต่อทั้งชุมชน พนักงาน และการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งทำให้โรงงานของบริษัทฯ บางแห่งต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวและเกิดความเสียหาย บริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ทั้งการซ่อมแซมเครื่องจักร การฟื้นฟูพื้นที่ปฏิบัติงาน การบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตลอดจนการดูแลสวัสดิภาพพนักงาน และให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนโดยรอบอย่างเหมาะสม โรงงานส่วนใหญ่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จากความทุ่มเทและศักยภาพของบุคลากร รวมทั้งกลยุทธ์ ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ผสานความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทำให้บริษัทฯ สามารถฟื้นฟูจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างมั่นคง และเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว

ยกระดับสู่ผู้นำห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน ด้วยพันธกิจ “TRACEABILITY” Mission

บริษัทฯ ยังได้สร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินงานเพื่อไปสู่ความยั่งยืนด้วยพันธกิจ “การตรวจสอบย้อนกลับ (TRACEABILITY)” ในปี 2568 เพื่อมุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ผ่านการใช้วัตถุดิบน้ำยางธรรมชาติที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้อย่างครบถ้วน และผ่านการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐาน EU Deforestation Regulation (EUDR) จากแหล่งปลูก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ใช้วัตถุดิบที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า สอดคล้องตามกฎระเบียบ EUDR และกฎระเบียบอื่นที่อาจมีเพิ่มขึ้นในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนร่วมกัน และเพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลก โดยบริษัทฯ ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ถุงมือที่สอดคล้องกับข้อกำหนด EUDR ไปยังกว่า 19 ประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดยุโรป นอกจากนี้ กลุ่มศรีตรังยังได้ยกระดับมาตรฐาน FSC ด้วยการเพิ่มขอบเขตข้อกำหนด EUDR ทำให้สามารถรับรองผลิตภัณฑ์ FSC ตามมาตรฐาน FSC-STD-01-004 FSC Regulatory Module (FSC100%/ Reg) ได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ เสริมความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ และตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ตลอดจนองค์ความรู้ในเรื่องระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Traceability) ดังกล่าว ยังทำให้บริษัทฯ สามารถปรับใช้กับมาตรฐานและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่อาจมีเพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บูรณาการกลยุทธ์ดำเนินงานเพื่อธุรกิจยั่งยืน ด้วยแนวคิด “Clean World Clean Gloves”

นอกจากนั้น ตามที่บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science Based Targets initiative: SBTi) ผ่านกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (Scope 1 และ 2) ได้ร้อยละ 12.72 เทียบกับปีฐาน 2567 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (Scope 1 และ 2) ได้ร้อยละ 17.24 เทียบกับปีฐาน 2567 ซึ่งบรรลุตามแผนงานที่วางไว้ อีกทั้ง โรงงานสาขาทุกแห่งของบริษัทฯ ยังได้รับการทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อกำหนดสำหรับการคำนวณ และการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรตามมาตรฐาน GHG Protocol รวมถึงได้ขึ้นทะเบียนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) จำนวน 24 กลุ่มผลิตภัณฑ์ กับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ด้วย

โดยบริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านการติดตั้งระบบ Solar Rooftop และ Floating Solar ครบทุกโรงงานทั้ง 6 สาขา ซึ่งรวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 14.72 เมกะวัตต์ จากปี 2567 อยู่ที่ 2.97 เมกะวัตต์ โดยมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 20,632 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งนำไปใช้ในกระบวนการผลิตและการดำเนินงานของสำนักงาน ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 2 จากการซื้อไฟฟ้าได้รวม 9,800 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 81 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานสำคัญด้านเป้าหมายการบริหารจัดการพลังงาน ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงได้อยู่ที่ร้อยละ 18.50 จากปีฐาน 2562 ซึ่งทำได้ดีกว่าปี 2567 ถึงร้อยละ 4.06 ส่วนการบริหารจัดการของเสียผ่านการดำเนินกิจกรรมในโครงการต่าง ๆ สามารถจัดการของเสียไม่อันตรายจากกระบวนการผลิตต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ที่กำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ลดลงได้ร้อยละ 6.05 เทียบกับปีฐาน 2567 ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมทำให้โรงงานสาขาสะเดา พี.เอส. ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 4 (Green Culture) ประจำปี 2568 จากกระทรวงอุตสาหกรรม และโรงงานสาขาทั้งหมดของบริษัทฯ ยังได้รับการรับรองระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 อย่างต่อเนื่อง คิดเป็นร้อยละ 100 ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนอีกด้วย

ในด้านเงินลงทุนเพื่อพัฒนาความยั่งยืน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีการใช้เงินที่ได้จากการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตั้งแต่เริ่มโครงการครบถ้วน ในมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,500 ล้านบาทแล้ว ซึ่งทำให้บริษัทฯ สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานได้ตามเป้าหมายและกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ นอกจากนั้น ในปี 2568 บริษัทฯ ยังได้รับสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) มูลค่า 2,000 ล้านบาท โดยอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจะถูกปรับขึ้นหรือลดลงตามผลการดำเนินงานต่อเป้าหมายด้านความยั่งยืนในแต่ละปี ซึ่งได้เชื่อมโยงกับตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงร้อยละ 20 ภายในปี 2573 เทียบกับปีฐาน 2567 และการลดปริมาณของเสียไม่อันตรายจากกระบวนการผลิตที่กำจัดด้วยวิธีฝังกลบต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงร้อยละ 50 ภายในปี 2573 เทียบกับปีฐาน 2567 การได้รับสินเชื่อส่งเสริมความยั่งยืนในครั้งนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการขับเคลื่อนเป้าหมายทางธุรกิจด้วยกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางการเงิน พร้อมยกระดับมาตรฐานองค์กรสู่ระดับสากล และรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมถุงมือยางระดับโลกที่เติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อันสอดคล้องกับแนวคิด “Clean World Clean Gloves” หรือ “ถุงมือสะอาด โลกสะอาด”

สร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน ด้วยความใส่ใจและรับผิดชอบจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ

บริษัทฯ มุ่งรับผิดชอบต่อสังคมในห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ ด้วยการให้ความคุ้มครองสิทธิแรงงาน การไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานทาส รวมทั้งเคารพสิทธิมนุษยชน และการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้บริษัทฯ ผ่านการรับรองมาตรฐานสำคัญต่าง ๆ ในระดับสากล สำหรับทุกโรงงานสาขาของบริษัทฯ ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้รับการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน คิดเป็นร้อยละ 100 และประเด็นข้อร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่อุปทานจากการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นศูนย์ ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ซึ่งได้ดำเนินการตามระบบมาตรฐาน ISO 45001:2018 จากผลการดำเนินงานทำให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตจากการทำงานเป็นศูนย์ และจำนวนการเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดเป็นศูนย์เช่นกัน ซึ่งผลดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทฯ กำหนด โดยบริษัทฯ ยังได้สนับสนุนการเพิ่มทักษะและศักยภาพที่จำเป็นแก่พนักงาน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องตามพันธกิจและกลยุทธ์ในการพัฒนาของบริษัทฯ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการใช้งานเครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools) อีกทั้งผลักดันการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับกระบวนการทำงานทั้งองค์กร พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยการเปิดตัว “AI Clinic” เพื่อเป็นเวทีสำหรับพนักงานในการนำเสนอไอเดียที่เกี่ยวข้องกับ AI พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ให้คำปรึกษา เพื่อต่อยอดสู่การปฏิบัติจริง ทั้งนี้ ในปี 2568 ได้ส่งเสริมและจัดอบรมจำนวน 2,292 หลักสูตร คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 9 ล้านบาท

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีนโยบายและการจัดกิจกรรม CSR ที่ส่งเสริมการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน โดยได้สร้างความรู้ สร้างงาน และกระจายรายได้สู่ชุมชน เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ โครงการต่อยอดจากโครงการเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจชันโรง สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรง ภายใต้แบรนด์ “1,000 เกสร” โดยบริษัทฯ ให้การสนับสนุนด้านการออกแบบตราสินค้า ควบคู่กับการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ซึ่งผลการดำเนินงานปี 2568 สามารถลดต้นทุนและสร้างรายได้ให้กับสมาชิกรวมเป็นเงิน 96,480 บาท และมีผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) อยู่ที่ 4.60 เท่า สำหรับเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 บริษัทฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยในพื้นที่ เช่น การส่งมอบน้ำดื่ม และถุงยังชีพรวมมากกว่า 1,300 ชุด อีกทั้งได้ส่งพนักงานจิตอาสาและรถดับเพลิงช่วยทำความสะอาดชุมชน โรงเรียน และโรงพยาบาล รวมกว่า 25 พื้นที่ และได้ส่งมอบเงินบริจาคแก่หน่วยงานด้านสาธารณสุข รวมถึงสนับสนุนถุงมือยางทางการแพทย์และถุงมือยางอเนกประสงค์กว่า 9 แสนชิ้น ให้แก่หน่วยงานราชการ โรงพยาบาลสนาม และศูนย์พักพิงกว่า 30 พื้นที่ ครอบคลุมจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ตลอดจนคำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพนักงานประจำและพนักงานรายวัน โดยบริษัทฯ มีมาตรการบรรเทาผลกระทบด้วยการส่งมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค มาตรการเงินช่วยเหลือ โครงการล้างบ้านพนักงาน ทั้งยังได้จัดตั้งโรงครัวศรีตรังเพื่อผู้ประสบภัย และศูนย์พักพิงในพื้นที่ของบริษัทในเครือ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ โดยดูแลทั้งเรื่องอาหาร ที่พักที่สะอาดปลอดภัย และมีพยาบาลประจำศูนย์ตลอด 24 ชั่วโมง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อพันธมิตรทางธุรกิจทั้งด้านการค้าและการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทฯ ได้ขยายภาคีเครือข่ายธุรกิจโปร่งใสไปยังบริษัทคู่ค้าในโครงการ CAC Change Agent ซึ่งในปีแรกมีคู่ค้าเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันมากกว่า 10 ราย ทำให้บริษัทฯ ได้รับการรับรองสถานะเป็นสมาชิก CAC Change Agent และได้รับรางวัล CAC Change Agent Award 2025 ตลอดจนได้สื่อสารจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจไปยังคู่ค้าธุรกิจ ซึ่งได้ลงนามรับทราบแนวปฏิบัติด้านจรรยาบรรณดังกล่าว คิดเป็นร้อยละ 100 อีกทั้งยังได้ตรวจสอบด้านจริยธรรมธุรกิจและมาตรฐานแรงงาน ตามมาตรฐาน SMETA (Sedex Members Ethical Trade Audit) และได้ประเมินความเสี่ยงในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG) ในพื้นที่ปฏิบัติการของคู่ค้า คิดเป็นร้อยละ 100 ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้อีกด้วย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและมีการประสานความร่วมมือที่ดีกับคู่ค้า ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล SX TSCN Sustainability Award 2025 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จาก Thailand Supply Chain Network (TSCN) รวมทั้งรางวัล Business Partners Award ระดับ Platinum เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และรางวัล Business Partner of the Year 2025 จากกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและการยอมรับจากพันธมิตรทางธุรกิจ ในความร่วมมือกันเพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้บริโภค และยกระดับอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า จากผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า อยู่ที่ร้อยละ 85.69 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ ร้อยละ 80.00 และบริษัทฯ ได้ดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว รวมทั้งนำข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อปรับปรุงและป้องกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อการเก็บรักษาความลับของลูกค้า โดยไม่นำข้อมูลของลูกค้าไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้เกี่ยวข้องโดยมิชอบ ตลอดระยะเวลาที่่ผ่านมาไม่มีกรณีหรือเหตุการณ์ที่บริษัทฯ ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และสามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้ปราศจากเหตุการณ์รั่วไหล (Zero Data Breach) ตลอดจนสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ได้ครบถ้วนร้อยละ 100 ตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน

เสริมแกร่งธรรมาภิบาลธุรกิจ ด้วยเทคโนโลยีและระบบกำกับดูแลตามมาตรฐานสากล

บริษัทฯ ได้ประเมินระบบการควบคุมภายในโดยอ้างอิงตามมาตรฐานสากลของ The Committee of Sponsoring Organization of Treadway Commission (COSO 2013) และยังได้ประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายในตาม Quality Assurance and Improvement Program (QAIP) ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบเห็นว่า การปฏิบัติงานของฝ่ายตรวจสอบภายในมีความสอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพการตรวจสอบภายในสากล นอกจากนั้น ยังได้นำ Power BI มาใช้เป็นเครื่องมือด้าน Data Analytics ในการวิเคราะห์การกำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ SAP เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของงานตรวจสอบภายในให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพการตรวจสอบภายในสากล ส่วนการบริหารจัดการความเสี่ยง บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ISO 22301:2019 ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว และในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทบทวนและประเมิน Enterprise Risk Management (ERM) และจัดลำดับความเสี่ยงองค์กรใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานะทางธุรกิจและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างปี โดยได้กำหนดปัจจัยความเสี่ยงที่ครอบคลุมถึงความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ตลอดจนยังได้วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาส ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และผลกระทบทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย

สำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) บริษัทฯ ได้นำ AI และ Internet of Things (IoT) มาใช้เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมทั้งให้ความสำคัญกับการใช้งาน AI Agents โดยเฉพาะในงานสำนักงาน นอกจากนั้น ในปี 2568 กลุ่มศรีตรังยังได้จัดทำนโยบายธรรมาภิบาลข้อมูลและขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งนับเป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลองค์กรที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อให้การจัดการข้อมูลที่นับเป็นสินทรัพย์สำคัญขององค์กรมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำและรวดเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระยะยาวขององค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) ทั้งนี้ การดำเนินงานด้าน AI ของกลุ่มบริษัทมีความคืบหน้าตามแผน โดยได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และกระบวนการ เพื่อรองรับการขยายการใช้งาน AI ในอนาคต สอดรับการพัฒนาในปี 2569 ซึ่งบริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาด้วยพันธกิจ “Empowering AI: พลังแห่งปัญญาประดิษฐ์” เพื่อผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ในทุกส่วนขององค์กร ตลอดจนให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี Manufacturing AI เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และนวัตกรรมในกระบวนการผลิต รวมทั้งขยายสู่การดำเนินงานทุกมิติในอนาคต

จากการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพในด้านการกำกับดูแลกิจการและความยั่งยืนขององค์กร ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลและการจัดอันดับอยู่ในระดับดีเลิศทั้งในระดับประเทศและระดับสากล อาทิเช่น รางวัล Best Sustainability Awards กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในงาน SET Awards 2025 และการจัดอันดับเป็น Sustainability Yearbook Member กลุ่มธุรกิจ Healthcare Equipment & Supplies จาก S&P Global Sustainability Yearbook 2026 รวมทั้งผลการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ซึ่งได้รับผลการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG อยู่ในระดับ “ต่ำ” (Low)”

ในนามคณะกรรมการบริษัท ขอขอบคุณ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่เชื่อมั่นและสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา และขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติงานตามพันธกิจและเป้าหมาย เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม บริษัทฯ จะยึดมั่นในการเป็นองค์กรที่สร้างทั้งคุณค่าและมูลค่า ด้วยศักยภาพและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง รวมทั้งจะนำโอกาสและผลการดำเนินงานที่ดีมาสู่องค์กร ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

ศาสตราจารย์ ดร.วีรกร อ่องสกุล
ประธานกรรมการบริษัท
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
นางสาวจริญญา จิโรจน์กุล
กรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

การดำเนินงานกับผู้มีส่วนได้เสีย (GRI 2-12)

บริษัทฯ ได้ทำการระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า วิเคราะห์ และจัดลำดับของผู้มีส่วนได้เสีย โดยพิจารณาเกณฑ์ระดับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย และ เกณฑ์ระดับอิทธิพลของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินธุรกิจ (GRI 2-29) เพื่อให้การตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างเหมาะสม และตรงประเด็น บริษัทฯ จึงได้กำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ ภาระหน้าที่และการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแนวทางที่บริษัทฯ กำหนด

บริษัทฯ มีการทบทวนความต้องการ/ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย ปีละ 1 ครั้ง และปรับปรุงวิธีการตอบสนองตามความเหมาะสม การดำเนินงานในปี 2568 บริษัทฯ จำแนกกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียออกเป็น 7 กลุ่ม เรียงลำดับตามความสำคัญดังนี้

ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม:
  • ระบบสื่อสารออนไลน์,โทรศัพท์, อีเมล, เว็บไซต์, Facebook, Line@SriTrangGloves
  • การสำรวจความพึงพอใจลูกค้าประจำปี
  • การเยี่ยมชมโรงงาน
  • การประชุม
  • การทำกิจกรรมร่วมกับลูกค้า
  • การเข้าพบลูกค้า
  • การจัดแสดงสินค้าประจำปี
  • แบบสอบถาม
ความต้องการ/ความคาดหวัง:
  • การได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ตรงเวลา
  • การปฏิบัติตามข้อตกลงใน การซื้อขาย
  • การรักษาความลับของลูกค้า
  • การร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • การสนับสนุนข้อมูลด้าน ESG
  • การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
วิธีการตอบสนองความคาดหวัง:
  • การปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณว่าด้วยความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • ระบบมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001 GMP ISO 13485 ISO 14001 ISO 45001 FSCTM COC (License code FSCTM – C149260) BSCI SMETA ILO Forced Labour เป็นต้น และข้อกำหนดและระบบการควบคุมทางด้านผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ของแต่ละประเทศ อาทิ MDSAP (Medical Device Single Audit Program) เป็นต้น
  • การวิจัยและพัฒนา
  • การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพตามความต้องการลูกค้า
  • การนำเสนอข้อมูลด้าน ESG
  • การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์
ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568:
  • คะแนนความพึงพอใจของลูกค้า ร้อยละ 85.69
  • ผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 6ผลิตภัณฑ์
ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม:
  • การประชุมบริษัทฯ ประจำเดือน
  • กิจกรรม KAIZEN QCC 5ส. Safety talk, KYT
  • ระบบสื่อสารภายใน intranet sta-family อีเมล,เว็บไซต์, Facebook, Line@SriTrangGloves
  • กล่องรับความคิดเห็น
  • ช่องทางการรับข้อร้องเรียน
  • การจัดกิจกรรมพนักงาน
ความต้องการ/ความคาดหวัง:
  • การจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม และการได้รับสวัสดิการที่ดี
  • การคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
  • ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน
  • การส่งเสริมสุขภาพและ ดูแลให้มีสุขภาพอนามัยที่ดี
  • ความมั่นคงและโอกาสก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
  • การได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถ
วิธีการตอบสนองความคาดหวัง:
  • การปฏิบัติตามจรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อพนักงาน
  • การปฏิบัติตามนโยบายเรื่องสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ
  • การกำหนดนโยบายรับเรื่องร้องเรียน
  • การดำเนินงานระบบมาตรฐาน ISO 14001 ISO 45001 amfori BSCI SMETA และ ILO เป็นต้น
  • การจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี และการทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ
  • การกำหนดแผนการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร
  • การจัดกิจกรรมด้านต่างๆ เช่น Happy workplace/Activity Prize การประชุมประจำปีของบริษัทฯ
ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568:
  • จำนวนเรื่องร้องทุกข์ของพนักงานในด้านต่างๆ เป็นศูนย์
  • อัตราการลาออก ร้อยละ 12.63
ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม:
  • การทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน
  • การลงพื้นที่/แบบสำรวจชุมชน
  • สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายประกาศ
  • การประชุมร่วมกันผ่านเวทีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน
  • การสื่อสารผ่านช่องทาง App Line และโทรศัพท์
ความต้องการ/ความคาดหวัง:
  • การส่งเสริมและพัฒนาอย่างเหมาะสมเพียงพอ
  • การสนับสนุนกิจกรรมของชุมชน
  • การไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชน
  • ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • การปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
  • การควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชน
วิธีการตอบสนองความคาดหวัง:
  • การจัดทำงบประมาณสำหรับการมีส่วนร่วมส่งเสริม และพัฒนาชุมชน
  • การจัดทำโครงการพัฒนาชุมชนและสังคมที่เหมาะสม
  • การสนับสนุนกิจกรรมชุมชน
  • การจ้างงานคนในชุมชน
  • การเข้าร่วมกิจกรรมชุมชนของชุมชน
  • การสำรวจผลกระทบที่มีต่อชุมชน อาทิ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้า XX)
  • การเปิดบ้านให้ชุมชนได้ทราบถึงการดำเนินงานของบริษัทฯ
ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568:
  • ผลการดำเนินงานตามโครงการ CSR-DIW ประจำปี
  • โครงการมีส่วนร่วมและพัฒนาชุมชนกว่า 241 โครงการ งบประมาณ 2,637,407 ล้านบาท
  • มูลค่าการจัดซื้อสินค้าและบริการภายในท้องถิ่น 11,627 ล้านบาท (เฉพาะค่าสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน 101,000 บาท)
  • จำนวนการจ้างงานพนักงานในท้องถิ่นรวมทั้งสิ้น ร้อยละ 69 ของพนักงานทั้งหมด
  • ความพึงพอใจ จากการสำรวจโครงการชุมชน ร้อยละ 91
  • ผลตรวจวัดด้านสิ่งแวดล้อมประจำปี (สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้า XX)
  • การแก้ไขปรับปรุงตามข้อร้องเรียน
ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม:
  • การพบปะ, พูดคุย, ชี้แจง
  • การเยี่ยมชมกิจการ
  • การเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการต่างๆ
  • การเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน คณะกรรมการ ในประเด็นที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอ
  • การเข้าร่วมประชุมตามที่มีการขอความร่วมมือ
  • การสื่อสารผ่านช่องทางApp Line
ความต้องการ/ความคาดหวัง:
  • การปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • การไม่สร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • ระบบการจัดการทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและการกำกับกิจการที่ดี ตามมาตรฐาน
  • การให้ความร่วมมือและการสนับสนุนโครงการต่างๆ
  • การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาลและคำนึงถึงความยั่งยืน
วิธีการตอบสนองความคาดหวัง:
  • การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด
  • การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว
  • การให้ความร่วมมือ และเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของภาครัฐ
  • การเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน คณะกรรมการ ในประเด็นที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอ
ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568:
  • การได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการอย่างต่อเนื่อง
  • การได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 (ระบบสีเขียว)
  • รางวัล/ประกาศนียบัตรที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการ
  • การไม่มีการกล่าวโทษ การเปรียบเทียบปรับ หรือการดำเนินคดีจากหน่วยงานกำกับดูแล ที่เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์และตลาดทุน
ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม:
  • การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
  • การตอบข้อซักถามทางโทรศัพท์ และอีเมล
  • รายงานประจำปี และรายงานความยั่งยืนประจำปี
  • เว็บไซต์บริษัทฯ
  • การประชุมร่วมกับนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting)
  • การพบปะนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ผ่านทางกิจกรรมต่างๆ อาทิ กิจกรรม Roadshow ที่จัดโดยบริษัทหลักทรัพย์
ความต้องการ/ความคาดหวัง:
  • บริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดีและธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
  • ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และเพียงพอต่อการตัดสินใจ
  • บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และมีระบบการควบคุมภายในที่ดี
วิธีการตอบสนองความคาดหวัง:
  • บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ สอดคล้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี อีกทั้งได้กำหนดเป้าหมายและแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
  • บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่เหมาะสม
  • บริษัทฯ ปฏิบัติตามจริยธรรมและจรรยาบรรณว่าด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น
  • บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วนเพียงพอ และทันต่อเหตุการณ์
  • บริษัทฯ มีเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลครบถ้วนเป็นปัจจุบันใช้งานได้ง่ายรวมทั้งสื่อสารข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ แบบสองทาง อาทิ การตอบ ข้อซักถามทางโทรศัพท์ และอีเมล หรือการประชุมร่วมกับนักวิเคราะห์ เป็นต้น
  • บริษัทฯ จัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและหน่วยงานตรวจสอบภายใน รวมทั้งมีนโยบายและระบบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลและจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี และระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกิจ
ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568:
  • บริษัทฯ กำหนดนโยบายในการจ่ายเงินปันผลที่ร้อยละ xx ของกำไรสุทธิตาม งบการเงินเฉพาะกิจการ สำหรับงวดปี 2568 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลที่ xx บาทต่อหุ้น จากกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรรในส่วนของกำไรสุทธิที่ผ่านการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ xx (ตามงบการเงินเฉพาะกิจการ)*
  • บริษัทฯ ได้รับรางวัล SET Awards ประจำปี 2568 ในกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ระดับ Best เป็นปีแรก และ ได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ที่ระดับสูงสุด AAA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (ชื่อเดิม THSI)
  • บริษัทฯ ได้เข้าร่วม การประเมินดัชนี S&P Global, FTSE Russel, Ecovadis และ SET ESG Ratings
  • บริษัทฯ เข้าร่วมกิจกรรมที่พบปะนักวิเคราะห์ นักลงทุน ผู้จัดการกองทุน สื่อมวลชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวม xx ครั้ง
  • จำนวนผู้เข้าชม เว็บไซต์บริษัทฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานนักลงทุนสัมพันธ์ รวม xx ครั้ง**
ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม:
  • ระบบสื่อสารออนไลน์โทรศัพท์, อีเมล, เว็บไซต์
  • การเข้าเยี่ยมและตรวจประเมินคู่ค้าประจำปี
  • การประชุม
  • การร่วมกิจกรรมต่างๆ
  • แบบสอบถาม/แบบประเมินประจำปี
ความต้องการ/ความคาดหวัง:
  • ระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่มีมาตรฐาน โปร่งใส ตรวจสอบได้
  • ข้อมูลที่ชัดเจนของสินค้าและบริการ ที่จัดซื้อจัดจ้าง
  • รายได้จากปริมาณงานที่เหมาะสม และสม่ำเสมอ
  • การได้รับเงินค่าสินค้าและบริการตรงเวลา
  • การร่วมกันพัฒนาคุณภาพสินค้า และ การดำเนินงานด้านความยั่งยืน
วิธีการตอบสนองความคาดหวัง:
  • การปฏิบัติตามนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
  • นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน
  • นโยบายรับเรื่องร้องเรียนและช่องทางการร้องเรียน
  • การร่วมพัฒนาคู่ค้า ทั้งในด้านคุณภาพ สังคม และ สิ่งแวดล้อม
  • นโยบายการบริหารสินเชื่อทางการค้ากับคู่ค้า
ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568:
  • การส่งมอบงานหรือสินค้าได้ตรงตามความต้องการในเวลาที่กำหนด
  • ผลการประเมินคู่ค้าประจำปี
  • คู่ค้าที่ลงนามแสดงเจตนารมณ์ในการร่วมต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันจำนวน 2,399 ราย
  • จำนวนกิจกรรม/ โครงการที่ทำร่วมกัน
ช่องทางการสื่อสาร/การมีส่วนร่วม:
  • การพบปะ, พูดคุย
  • โทรศัพท์, อีเมล
  • เว็บไซต์
  • แบบสอบถาม
ความต้องการ/ความคาดหวัง:
  • การปฏิบัติตามเงื่อนไข และข้อตกลงของสัญญา
วิธีการตอบสนองความคาดหวัง:
  • การปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงของสัญญา
  • การตอบข้อซักถามเมื่อมีข้อสงสัยด้านการเงินได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์ปี 2568:
  • สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ
หมายเหตุ:
1. คู่ค้า/คู่ธุรกิจ ครอบคลุม ซัพพลายเออร์ เอาท์ซอร์ส และผู้รับเหมา
2. *เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.50บาท โดยสิทธิในการรับเงินปันผลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนจนกว่าจะได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 9 เมษายน 2569
3. **จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์บริษัทฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานนักลงทุนสัมพันธ์ ใช้วิธีการนับแบบ Google Analytics 4 (GA4)

การประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักถึงการระบุและจัดการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ อย่างรับผิดชอบและสร้างคุณค่าระยะยาว เพื่อให้การดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และสามารถวัดผลได้ บริษัทฯ ดำเนินการรวบรวม ประเมิน และจัดลำดับประเด็นสำคัญ (Materiality Assessment) อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการทบทวนประเมินผลทุก 2 ปี ผ่านการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการประเด็นเหล่านี้ ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยการประเมินจะครอบคลุมทั้งมิติผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (Impact Materiality) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบเชิงบวก-ลบต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคมจากการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า และ มิติความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน (Financial Materiality) เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและสถานะทางการเงินของบริษัทฯ

กระบวนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (GRI 3-1)

ในปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินการคัดเลือกและประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนตามหลัก Double Materiality ภายใต้กรอบ CSRD (Corporate Sustainability Reporting Directive) หรือ กฎหมาย (Directive) ของสหภาพยุโรป ที่บังคับให้บริษัทที่เข้าเกณฑ์ ต้องรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า ESRS (European Sustainability Reporting Standards) พร้อมอ้างอิง GRI Standards และเป้าหมาย UNSDGs ให้สอดคล้องกับแนวทางสากลด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน โดยครอบคลุมทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความสำคัญต่อธุรกิจอย่างรอบด้าน

กระบวนการประเมินประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้:

ทำความเข้าใจบริบทขององค์กร

กำหนดขอบเขตของกิจกรรมทางธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง

  • กิจกรรม: ระบุการดำเนินงานหลักของธุรกิจ และความสัมพันธ์ในห่วงโซ่คุณค่า
  • บริบท: ทำความเข้าใจแนวโน้มอุตสาหกรรม, กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง, มาตรฐานด้าน ESG และสถาบันจัดอันดับด้าน ความยั่งยืนต่างๆ เช่น S&P Global, Ecovadis, MSCI และ FTSE Russell
  • การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders Engagement): ระบุผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ วิเคราะห์ความสนใจของแต่ละกลุ่ม รับฟังและรวบรวมความคาดหวังและข้อคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียจากแบบสำรวจออนไลน์เป็นประจำทุกปี

ระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นและที่อาจเกิดขึ้น (Impact Materiality)

ประเมินผลกระทบจากกิจกรรมขององค์กรต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม รวมถึง สิทธิมนุษยชน (Inside-out)

ผลกระทบเชิงลบ ( - )

  • พิจารณาความรุนแรงของผลกระทบโดยใช้เกณฑ์ ขนาด (Scale), ขอบเขต (Scope) และความสามารถในการเยียวยา (Irremediable Character) และระดับของโอกาส (Likelihood)
  • ระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง (Actual) และอาจเกิดขึ้นในอนาคต (Potential)

ผลกระทบเชิงบวก ( + )

  • พิจารณาผลกระทบเชิงบวกโดยใช้เกณฑ์ ขนาด (Scale) และ ขอบเขต (Scope) และระดับของโอกาส (Likelihood)
  • ระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง (Actual) และอาจเกิดขึ้นในอนาคต (Potential)

ประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญ (Financial Materiality)

ประเมินผลกระทบทางการเงินด้านความยั่งยืน ต่อประสิทธิภาพทางธุรกิจ การพัฒนา และสถานะทางการเงินขององค์กร (Outside-in)

ความเสี่ยง (Risk)

  • วิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีผลต่อการเงินและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียต่อองค์กร ระบุผลกระทบในระยะสั้น กลาง และยาว
  • ใช้ข้อมูลทางการเงินและสถิติ เพื่อประเมินระดับความมีนัยสำคัญ

โอกาส (Opportunity)

  • วิเคราะห์โอกาสที่มีผลต่อด้านการเงิน การเติบโต ความได้เปรียบทางการแข่งขัน และภาพลักษณ์ ระบุผลกระทบในระยะสั้น กลาง และยาว
  • ใช้ข้อมูลทางการเงิน และ/หรือพิจารณาโอกาสทางธุรกิจ เพื่อประเมินความมีนัยสำคัญ

จัดลำดับความสำคัญของผลกระทบที่มีนัยสำคัญสำหรับการรายงาน

จัดลำดับประเด็นสำคัญ Double Materiality เพื่อนำมาบริหารจัดการและเปิดเผยในรายงานความยั่งยืน

  • สรุปผลการจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่สำคัญทั้ง Impact Materiality และ Financial Materiality
  • ทบทวนผลการประเมินความสำคัญของประเด็นความยั่งยืนโดยคณะทำงานด้านการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร พิจารณาเห็นชอบโดยคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน และได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อเปิดเผยในรายงานฉบับนี้
  • ทวนสอบกระบวนการและ ผลการประเมินด้าน ความยั่งยืนโดยหน่วยงานอิสระ (บุคคลที่สาม)

การจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน Double Materiality ดังนี้

19 หัวข้อประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน และประเด็นที่มีนัยสำคัญในแต่ละมิติ (GRI 3-2)

No. ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Material Topics) Impact Materiality Financial Materiality Double Materiality
ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

1

การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

2

ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

3

การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ

4

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

-

-

-

5

การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม

-

-

-

6

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

-

-

-

ด้านสังคม

7

การสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับชุมชน

-

-

-

8

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน

9

คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

-

-

-

10

ความสัมพันธ์กับลูกค้า

-

-

-

11

สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ

-

-

12

การดูแลและพัฒนาทักษะพนักงาน

-

-

-

ด้านสิ่งแวดล้อม

13

กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

14

การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ

-

-

15

การบริหารจัดการของเสีย

16

การบริหารจัดการพลังงาน

-

-

17

การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง

18

ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

-

-

19

การคำนึงถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

-

-

-

ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน เนื้อหาที่รายงาน หน้า
ผู้มีส่วนได้เสียหลัก มุมมองผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุมมองผลกระทบด้านความเสี่ยงและโอกาส ผลการประเมินประเด็นสำคัญในแต่ละมิติ
ผลกระทบตามช่วงเวลา Impact Materiality Financial Materiality Double Materiality
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  • พนักงาน (บริษัทฯ)
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค
  • ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน/นักวิเคราะห์
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากระบบป้องกันข้อมูลที่ไม่เพียงพอเสี่ยงต่อข้อมูลรั่วไหลและการโจมตีทางไซเบอร์ กระทบความเป็นส่วนตัว ความเชื่อมั่น และอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องได้ มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรและความสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้า

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายและการลงทุนในระบบ Cybersecurity เพื่อช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลลูกค้า พนักงาน และคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เสริมความเชื่อมั่นในความปลอดภัยข้อมูลและความน่าเชื่อถือในระบบการจัดการข้อมูลขององค์กร

ความเสี่ยง

  • การรั่วไหลของข้อมูลลูกค้า/คู่ค้าเสี่ยงต่อค่าปรับสูงตามกฎหมาย PDPA (Personal Data Protection Act) และกระทบชื่อเสียงอย่างรุนแรง การโจมตีทางไซเบอร์อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก เพิ่มต้นทุนการจัดการและสร้างความเสียหายต่อธุรกิจ

โอกาส

  • การมีนโยบาย แผน และแนวปฏิบัติที่ดี รวมถึง การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management (BCM)) และการอบรมให้แก่พนักงาน ช่วยเสริมความปลอดภัยข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงการรั่วไหลและต้นทุนการจัดการ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ระยะสั้น (1-2 ปี) สูงมาก สูงมาก

ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล 89-99
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน/นักวิเคราะห์
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • เจ้าหนี้/ธนาคาร

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากบริษัทฯ ไม่สามารถบริหารความเสี่ยงและจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจได้ อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ภัยพิบัติ หรือวิกฤตเศรษฐกิจ ส่งผลต่อพนักงาน ความเชื่อมั่นของลูกค้า นักลงทุน และความต่อเนื่องของธุรกิจ

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายและระบบบริหารความเสี่ยงที่ดี รวมถึง มีแผน BCP ที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินและลดความเสียหายได้ เพิ่มความยืดหยุ่นของธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงที่ไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเพียงพอ แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ครอบคลุม อาจส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจ กระทบต่อรายได้ เกิดค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและการลงทุนอื่น ๆ เพื่อตอบสนองและรับมือความเสี่ยง

โอกาส

  • การมีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจ รวมถึง เตรียมพร้อมสำหรับความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้สามารถรับมือภาวะวิกฤติ ลดผลกระทบทางการเงิน รวมถึงการหยุดชะงักการผลิต สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสีย และโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
ระยะสั้น (1-2 ปี) สูง สูง

การบริหารจัดการความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ 78-88
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
  • พนักงาน (บริษัทฯ)
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค
  • ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน/นักวิเคราะห์
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบเชิงลบ

  • การกำกับดูแลและการควบคุมภายในที่ไม่เพียงพอ อาจเปิดช่องให้เกิดการใช้อำนาจมิชอบหรือการทุจริตในกระบวนการต่างๆ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นของคู่ค้า นักลงทุน และหน่วยงานรัฐ

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายและส่งเสริมระบบธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่ง ช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมโปร่งใส รับผิดชอบ และลดความเสี่ยงการเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน เสริมความเชื่อมั่นผู้มีส่วนได้เสีย เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และสนับสนุนความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคม

ความเสี่ยง

  • การไม่ละเมิดการปฏิบัติตามกฎหมายและจรรยาบรรณ อาจนำไปสู่คดีความ ค่าปรับและความเสี่ยงหยุดชะงัดทางธุรกิจชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้มีส่วนได้เสีย และความต่อเนื่องธุรกิจ

โอกาส

  • การสร้างธรรมาภิบาลที่ดี รวมทั้งนโยบายและระบบการต่อต้านคอร์รัปชันและการแจ้งข้อร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความโปร่งใส และความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและตลาดทุน เพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุนและมูลค่ากิจการในระยะยาว รวมถึงการได้รับการจัดอันดับความยั่งยืนและความร่วมมือทางธุรกิจจากพันธมิตรที่ดี
ระยะสั้น (1-2 ปี) สูง สูง

การกำกับดูแลกิจการ – จรรยาบรรณธุรกิจ – การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน – การแจ้งเบาะแสหรือรับเรื่องร้องเรียน 49-51
52-58
72-77
74-77
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
  • พนักงาน (บริษัทฯ)
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค
  • ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน/นักวิเคราะห์
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบเชิงลบ

  • การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยไม่มีมาตรการด้านจริยธรรมและการจัดการที่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดความกังวลต่างๆ เช่น บทบาทงาน ความมั่นคงในการจ้างงาน และความปลอดภัยของข้อมูล ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และความเชื่อมั่นต่อองค์กร

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ ส่งเสริมการพัฒนาทักษะพนักงานในการใช้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการทำงานและกระบวนการผลิต ช่วยลดต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มโอกาสในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืนภายในองค์กร ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่ยั่งยืน ยกระดับประสิทธิภาพองค์กรโดยรวม

ความเสี่ยง

  • การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยไม่มีมาตรการและการประเมินความเสี่ยงด้านต่างๆ รวมถึงการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและความผิดพลาดของโมเดล อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจ ส่งผลให้มีต้นทุนในการแก้ไข ปรับปรุงระบบ และการบริหารจัดการเพิ่มขึ้น

โอกาส

  • การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและการวิเคราะห์ข้อมูล ลดของเสีย ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพสินค้า พร้อมเสริมภาพลักษณ์องค์กรด้านเทคโนโลยี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและนักลงทุนในระยะยาว
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) กลาง กลาง - เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 100-103
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
  • ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน/นักวิเคราะห์
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • เจ้าหนี้/ธนาคาร

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากไม่สามารถบริหารจัดการและตรวจสอบซัพพลายเชนได้อย่างเพียงพอ อาจนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาสิ่งแวดล้อม และความขัดแย้งกับชุมชน เพิ่มความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ และความไม่ต่อเนื่องของวัตถุดิบ

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายและการคัดเลือกประเมินคู่ค้าตามมาตรฐาน ESG ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน มีโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เสริมความเชื่อมั่นผู้มีส่วนได้เสีย ลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน และเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • คู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้าน ESG อาจสร้างความเสี่ยงด้านการละเมิดกฎหมาย สิ่งแวดล้อมและแรงงาน ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ได้ การไม่มีระบบตรวจสอบคู่ค้าและติดตามอย่างเพียงพอ อาจทำให้บริษัทฯ มีต้นทุนจัดซื้อสูงขึ้นและมีความเสี่ยงด้านความโปร่งใสของวัตถุดิบ

โอกาส

  • บริษัทฯ มีนโยบายการตรวจประเมิน ESG คู่ค้า และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ช่วยสร้างความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน ลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย เพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดที่มีข้อกำหนดและกฏระเบียบด้านความยั่งยืนสูง
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (> 5 ปี) กลาง กลาง - การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน – สรุปผลการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ 104
208
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค
  • ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน/นักวิเคราะห์

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากขาดการลงทุน R&D ที่ตอบโจทย์ด้านคุณภาพ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลต่อความปลอดภัยผู้บริโภค และโอกาสทางการตลาด กระทบความเชื่อมั่น และโอกาสทางธุรกิจ

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีการวิจัยและพัฒนา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพและความหลากหลายของสินค้า ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจและภาพลักษณ์ที่ดีให้แบรนด์ เสริมความเชื่อมั่นผู้มีส่วนได้เสีย ช่วยดึงดูดลูกค้าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ความเสี่ยง

  • หากการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาไม่เพียงพอ บริษัทฯ อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาด ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า นอกจากนี้ยังเสียเปรียบคู่แข่งที่พัฒนานวัตกรรมได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงในระยะยาว

โอกาส

  • การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดต้นทุนจากการเรียกคืนสินค้า การชดเชย และการจัดการของเสีย พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สร้างความเชื่อมั่นและความภักดีของลูกค้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลต่อการเติบโตและมูลค่าธุรกิจในระยะยาว
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (> 5 ปี) ต่ำ กลาง - การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม 112

ด้านสังคม

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน เนื้อหาที่รายงาน หน้า
ผู้มีส่วนได้เสียหลัก มุมมองผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุมมองผลกระทบด้านความเสี่ยงและโอกาส ผลการประเมินประเด็นสำคัญในแต่ละมิติ
ผลกระทบตามช่วงเวลา Impact Materiality Financial Materiality Double Materiality
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
  • พนักงาน (บริษัทฯ)
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
  • ชุมชน

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน การสัมผัสสารเคมี และสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยอาจส่งผลให้พนักงาน/ผู้รับเหมาบาดเจ็บ กระทบขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์กร เพิ่มอัตราการลาออกและต้นทุนด้านเบี้ยประกันและการบริหารจัดการในระยะยาว

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายและให้ความสำคัญความปลอดภัยเป็นอย่างมาก จึงได้กำหนด KPI ด้านความปลอดภัย การสร้างวัฒนธรรมตระหนักรู้ และการใช้มาตรฐานควบคุมความเสี่ยงต่างๆ เพื่อช่วยป้องกันและลดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยสำหรับพนักงานและผู้รับเหมา

ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน อาจทำให้ต้นทุนค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชย และเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น กระทบอัตราการขาดงานและอัตราการลาออก หากตรวจพบว่าขาดมาตรการควบคุมที่เพียงพออาจนำไปสู่ค่าปรับและความเสียหายทางกฎหมาย ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

โอกาส

  • การมีมาตรการความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง ช่วยลดอุบัติเหตุ ลดต้นทุนจากความสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เสริมความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของพนักงาน ลูกค้า และนักลงทุน และช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญด้านมาตรฐานความปลอดภัยและ OHS
ระยะสั้น (1-2 ปี) สูง สูง

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน – สรุปผลการดำเนินงานด้านสังคม 138
219
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ
  • พนักงาน (บริษัทฯ)
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค
  • ชุมชน

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากเกิดกรณีการเลือกปฏิบัติหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การใช้แรงงานบังคับ หรือ การกีดกันในรูปแบบต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อจริยธรรมองค์กร กระทบความสัมพันธ์และความไว้วางใจจากพันธมิตร อาจนำไปสู่กระแสต่อต้านจากสาธารณะได้ กระทบภาพลักษณ์องค์กร และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ ส่งเสริมความเท่าเทียมและเคารพในสิทธิมนุษยชนในทุกระดับของการดำเนินธุรกิจ ทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่อุปทาน ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และสนับสนุนการพัฒนาสังคมที่หลากหลายและยั่งยืนในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • หากเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอาจนำไปสู่การตรวจสอบหรือบทลงโทษจากหน่วยงานรัฐ รวมถึงความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้อง ส่งผลให้เกิดค่าปรับ ค่าชดเชย และความเสียหายทางกฎหมาย ในกรณีร้ายแรงอาจถูกคว่ำบาตรจากคู่ค้า กระทบต่อรายได้ ชื่อเสียง และความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย

โอกาส

  • บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ ช่วยเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร ลดความเสี่ยงทางกฎหมายในระยะยาว สนับสนุนการปรับตัวสู่มาตรฐานด้านความยั่งยืนที่สูงขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินทุน/ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและ ESG
ระยะสั้น (1-2 ปี) - ระยะยาว (>5 ปี) สูง กลาง - สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ 115
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: ความสัมพันธ์กับลูกค้า
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค

ผลกระทบเชิงลบ

  • การให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงพอหรือไม่ครบถ้วนแก่ลูกค้า การจัดการข้อร้องเรียนที่ไม่ทันตามความต้องการของลูกค้า การส่งมอบสินค้าไม่ทันตามระยะเวลาที่กำหนด อาจทำให้เกิดข้อร้องเรียน การขอคืนสินค้า ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นลูกค้าและยอดขายผลิตภัณฑ์

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีระบบการสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างโปร่งใส รวมถึงช่องทางรับข้อเสนอแนะที่มีประสิทธิภาพและหลากหลายช่องทาง มีระบบบริการการขายที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้สามารถดึงดูดลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ได้

ความเสี่ยง

  • การสื่อสารไม่เพียงพอหรือบริการหลังการขายไม่ดี อาจนำไปสู่การสูญเสียลูกค้าได้ หากข้อร้องเรียนไม่ได้รับการจัดการและมีบริการหลังการขายที่ไม่ดี จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความพึงพอใจของลูกค้า ทำให้ยอดขายลดลงและ

โอกาส

  • ในการขยายตลาดในต่างประเทศ โอกาส - บริษัทฯ ส่งเสริมความสัมพันธ์เชิงบวกกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มีช่องทางรับข้อเสนอแนะและการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจและความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ สร้างโอกาสทางการตลาดจากคำแนะนำเชิงบวก เสริมภาพลักษณ์องค์กร สนับสนุนการเติบโตของยอดขายและความร่วมมือระยะยาวอย่างยั่งยืน
ระยะสั้น (1-2 ปี) กลาง กลาง - ความสัมพันธ์กับลูกค้า 151
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การดูแลและพัฒนาทักษะพนักงาน
  • พนักงาน (บริษัท)
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากขาดระบบดูแลและพัฒนาทักษะพนักงานอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้พนักงานขาดประสิทธิภาพในการทำงาน และมีอัตราการลาออกสูง ไม่สามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้ได้ กระทบต่อผลการดำเนินงาน ภาพลักษณ์องค์กร และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ การให้ความสำคัญกับการดูแลและการพัฒนาทักษะของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความผูกพัน และแรงจูงใจในการทำงาน พนักงานสามารถขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย สร้างภาพลักษณ์ที่ดี ดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพไว้ในระยะยาว ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน โดยรวมขององค์กรและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ความเสี่ยง

  • การขาดระบบพัฒนาทักษะและการสนับสนุนพนักงานที่เพียงพอ อาจทำให้อัตราการลาออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพการผลิต รวมถึงเพิ่มต้นทุนด้านทรัพยากรบุคคลจากการสรรหาและฝึกอบรมพนักงานทดแทน และอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

โอกาส

  • บริษัทฯ มีการพัฒนาทักษะพนักงานอย่างต่อเนื่องและมีระบบสนับสนุนอาชีพ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนการสรรหา เสริมศักยภาพการแข่งขันท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดและเทคโนโลยี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย องค์กรมีความพร้อมในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (>5 ปี) กลาง กลาง - การดูแลพนักงานและพัฒนาทักษะนักงาน – สรุปผลการดำเนินงานด้านสังคม 124
208-219
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับชุมชน
  • ชุมชน

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากมีการละเลยผลกระทบของธุรกิจต่อชุมชนหรือขาดการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่การละเลยต่อปัญหาและข้อขัดแย้ง ทำให้เกิดข้อร้องเรียน การประท้วงหรือการต่อต้านจากชุมชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและชื่อเสียงองค์กร

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการพัฒนาและสนับสนุนชุมชน เช่น ด้านสุขภาพ การศึกษา และสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความร่วมมือ ความไว้วางใจ และความรับผิดชอบต่อสังคมในระยะยาวขององค์กร

ความเสี่ยง

  • การสนับสนุนชุมชนที่ไม่เพียงพอหรือการละเลยข้อกังวลของชุมชน อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง การต่อต้าน และข้อเรียกร้องต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของธุรกิจ ต้นทุนจากการประนีประนอมและเยียวยา กระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กรได้

โอกาส

  • บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนชุมชนอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ลดความขัดแย้ง และเสริมภาพลักษณ์องค์กร เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแรงงานท้องถิ่น และสนับสนุนการจัดอันดับความยั่งยืน โอกาสได้รับความร่วมมือหรืองบสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) ต่ำ กลาง - การสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับชุมชน 153
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค

ผลกระทบเชิงลบ

  • ผลิตภัณฑ์ไม่สอดคล้องตามคุณภาพที่กำหนดหรือมีการปนเปื้อน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน อาจก่อให้เกิดข้อร้องเรียน การเรียกคืนสินค้า การสูญเสียความเชื่อมั่นในแบรนด์ สูญเสียฐานลูกค้าและอาจได้รับบทลงโทษจากหน่วยงานกำกับดูแลกฏหมายได้ ตลอดจนสูญเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการข้อบกพร่องและความเสียหายที่เกิดขึ้น

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายในการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดให้สอดคล้องตามมาตรฐานการผลิต ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ลดข้อร้องเรียนและการเรียกคืนสินค้า เพิ่มความพึงพอใจลูกค้า สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและการขยายฐานลูกค้า เปิดโอกาสในการลงทุน และต่อยอดพัฒนาสินค้าพรีเมี่ยมหรือมูลค่าของสินค้าได้

ความเสี่ยง

  • หากผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐาน ส่งผลให้มีการเรียกคืนสินค้า และการจ่ายปรับ/ค่าชดเชย ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกระงับใบอนุญาตและการยกเลิกคำสั่งซื้อจากคู่ค้า กระทบความเชื่อมั่นของลูกค้า และทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มเติมจากการเรียกคืนและการกำจัดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

โอกาส

  • บริษัทฯ มีนโยบายในการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ให้สม่ำเสมอ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ความภักดีและความพึงพอใจของลูกค้า ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น สามารถรักษาลูกค้าในระยะยาว และลดการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายการเคลม
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) ต่ำ กลาง - ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภค 148

ด้านสิ่งแวดล้อม

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน เนื้อหาที่รายงาน หน้า
ผู้มีส่วนได้เสียหลัก มุมมองผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุมมองผลกระทบด้านความเสี่ยงและโอกาส ผลการประเมินประเด็นสำคัญในแต่ละมิติ
ผลกระทบตามช่วงเวลา Impact Materiality Financial Materiality Double Materiality
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • พนักงาน (บริษัท)
  • ชุมชน
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค

ผลกระทบเชิงลบ

  • การดำเนินงานธุรกิจและกระบวนการผลิตขององค์กร ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม และหากองค์กรขาดกลยุทธ์รับมือความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของธุรกิจ จะกระทบความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีการส่งเสริมเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ การใช้พลังงานทดแทนและการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กร ตอบสนองความต้องการลูกค้าและนโยบายรัฐ และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและดึงดูดนักลงทุนในระยะยาว

ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นและข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจก ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำเพิ่มขึ้น หากไม่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของธุรกิจ ลดความสามารถในการแข่งขัน กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

โอกาส

  • บริษัทฯ มีการดำเนินกลยุทธ์ด้านสภาพภูมิอากาศ มีเป้าหมายชัดเจนและการติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง มุ่งลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของลูกค้าและนักลงทุน มีโอกาสขอการรับรองโครงการคาร์บอนเครดิตและเข้าถึงเงินทุนสีเขียว ช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (>5 ปี) สูงมาก สูง

กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
171
223-224
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการของเสีย
  • ชุมชน
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากมีการจัดการของเสียที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะของเสียอันตราย เช่น เคมีภัณฑ์และขยะจากการผลิต จะก่อให้เกิดมลพิษ ละเมิดกฎหมาย และข้อร้องเรียนจากชุมชน ส่งผลให้ต้นทุนการจัดการเพิ่มขึ้น อาจกระทบภาพลักษณ์องค์กร และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการใช้วัสดุและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดต้นทุนการจัดการและกำจัดของเสีย โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสียและเศรษฐกิจหมุนเวียน เสริมภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย

ความเสี่ยง

  • หากมีการจัดการของเสียที่ไม่เหมาะสม จะส่งผลต่อต้นทุนการกำจัดของเสียเพิ่มขึ้น เกิดความเสี่ยงเหตุการณ์รั่วไหลกระทบสิ่งแวดล้อม การละเมิดข้อกฎหมายและมีข้อร้องเรียนจากชุมชน ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงบริษัทฯ และการอนุมัติโครงการ

โอกาส

  • บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านแนวทาง 3Rs และ BCG Model รวมถึงนโยบายขยะฝังกลบเป็นศูนย์ (Zero Waste to Landfill) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดของเสีย สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ และเสริมภาพลักษณ์องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) สูง สูง

การบริหารจัดการของเสีย – สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม 195
227-230
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง
  • ชุมชน
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบเชิงลบ

  • การใช้น้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพ การปล่อยน้ำเสียเกินมาตรฐาน อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งและข้อร้องเรียนจากชุมชนโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบปัญหาความเครียดน้ำ ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำและระบบนิเวศ ความเสี่ยงต่อข้อพิพาททางกฎหมายและลดความเชื่อมั่นของชุมชนต่อการจัดการของโรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทฯ ในระยะยาว

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายการบริหารจัดการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อย ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและลดความเสี่ยงข้อพิพาททางกฎหมาย รวมถึงป้องกันความขัดแย้งกับชุมชนในพื้นที่ เสริมภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย

ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้ต้นทุนระบบบำบัดสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ที่ประสบความเครียดน้ำ เพิ่ม

โอกาส

  • เกิดความขัดแย้งกับชุมชน หากน้ำทิ้งไม่ผ่านมาตรฐานอาจนำไปสู่ค่าปรับ กระทบต่อใบอนุญาต กระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร และเกิดข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสีย โอกาส - บริษัทฯ มีนโยบายการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดการดึงน้ำจากธรรมชาติ ลดต้นทุนระบบบำบัด และลดความเสี่ยงจากข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำ และป้องกันการละเมิดกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) สูง สูง

การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง – การบริหารจัดการน้ำใช้ – การบริหารจัดการน้ำทิ้ง – สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม 190
190
193
225-227
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ
  • ชุมชน
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค

ผลกระทบเชิงลบ

  • การปล่อยมลพิษจากกระบวนการผลิต เช่น ฝุ่นละออง กลิ่น หากคุณภาพอากาศจากปล่องระบายไม่เป็นไปตามเกณฑ์กฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานและชุมชนโดยรอบ นำไปสู่ข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาททางกฎหมาย กระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ ใช้เทคโนโลยีดักจับฝุ่น ระบบควบคุมกลิ่น และระบบบำบัดอากาศ เพื่อช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ส่งเสริมนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมให้ดีกว่ากฎหมายกำหนด ลดความขัดแย้งและข้อร้องเรียนจากชุมชน เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย

ความเสี่ยง

  • หากการควบคุมการปล่อยมลพิษทางอากาศไม่เป็นไปตามมาตรฐาน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานและชุมชน ก่อให้เกิดข้อร้องเรียนและความเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่ค่าปรับ ค่าชดเชย และต้นทุนในการปรับปรุงระบบเพิ่มเติม กระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

โอกาส

  • การควบคุมมลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดข้อร้องเรียนและส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมรอบพื้นที่โรงงาน เสริมภาพลักษณ์องค์กรและความเชื่อมั่นให้แก่ชุมชนและหน่วยงานรัฐ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่มีมาตรฐานเข้มงวด และช่วยลดต้นทุนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ระยะสั้น (1-2 ปี) สูง กลาง - การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ – สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม 189
224
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการพลังงาน
  • พนักงาน (บริษัท)
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบเชิงลบ

  • การใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพและการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อคุณภาพอากาศและเร่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีนโยบายการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน จากการติดตั้ง Auto Blow และ Absorption Chiller และการใช้พลังงานหมุนเวียน จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการใช้ชีวมวล ช่วยลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจก

ความเสี่ยง

  • การใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพและการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล อาจทำให้ต้นทุนพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น กระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ความเสี่ยงต่อการไม่บรรลุเป้าหมายด้านพลังงานภายใต้ Sustainability-linked Loan ซึ่งอาจทำให้ดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นและเพิ่มต้นทุนทางการเงินขององค์กร

โอกาส

  • บริษัทฯ มีนโยบายลงทุนในมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้พลังงานหมุนเวียน ช่วยลดต้นทุนการผลิตและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว เสริมภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนและเพิ่มโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงินทุนสีเขียว เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ระยะสั้น (1-2 ปี) - ระยะยาว (>5 ปี) ต่ำ สูง - การบริหารจัดการพลังงาน – สรุปผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม 184
222
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
  • ชุมชน
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบเชิงลบ

  • หากระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเกิดข้อผิดพลาดในการติดตามและควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนได้ เสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายและการร้องเรียนจากชุมชน รวมถึงข้อพิพาทกับผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ช่วยให้สามารถควบคุม ติดตาม และพัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและภาพลักษณ์ที่ดี ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย

ความเสี่ยง

  • ความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ไม่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้ต้นทุนการจัดการสิ่งแวดล้อมสูงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่ข้อร้องเรียน ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์องค์กร

โอกาส

  • บริษัทฯ มีระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ช่วยควบคุมต้นทุนและความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ช่วยให้สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดและรักษามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมได้ เสริมภาพลักษณ์ที่ดีและความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
ระยะสั้น (1-2 ปี) และระยะกลาง (3-5 ปี) ต่ำ สูง - ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม – การสร้างวัฒนธรรมสีเขียว 165
166
ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การคำนึงถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
  • ชุมชน
  • หน่วยงานภาครัฐ/วิสาหกิจ/ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
  • คู่ค้า/คู่ธุรกิจ
  • ลูกค้า/ผู้บริโภค

ผลกระทบเชิงลบ

  • การดำเนินธุรกิจต่างๆ ตั้งแต่ก่อสร้างโรงงานและการปล่อยน้ำเสีย หากขาดการจัดการที่เหมาะสม อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและกระทบความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาทกับชุมชน NGOs หรือหน่วยงานรัฐ กระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบเชิงบวก

  • บริษัทฯ มีระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ช่วยให้สามารถควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม ติดตาม และพัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย

ความเสี่ยง

  • การดำเนินงานที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอาจก่อให้เกิดข้อร้องเรียน กระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของบริษัทฯ และส่งผลลบต่อการจัดอันดับด้านความยั่งยืน ซึ่งอาจลดความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียและ

โอกาส

  • ทางธุรกิจในระยะยาว โอกาส - บริษัทฯ มีการดำเนินอนุรักษ์และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ นโยบายจัดหายางที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ และความน่าเชื่อถือในตลาดที่ให้ความสำคัญต่อ ESG ลดความขัดแย้งกับชุมชน พร้อมสนับสนุนการยกระดับความยั่งยืนของบริษัทฯ ในระยะยาว
ระยะกลาง (3-5 ปี) และระยะยาว (>5 ปี) กลาง ต่ำ - การคำนึงถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ 203

การเข้าเป็นสมาชิกกับองค์กรต่างๆ ในการพัฒนาด้านบรรษัทภบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (GRI 2-28)

บริษัทฯ ได้เข้าเป็นสมาชิกและระดับบริหารในองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมผลักดันพัฒนาการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ของอุตสาหกรรมยางพารา ตลอดจนการเข้าร่วมเป็นคณะทำงาน และเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแนวทาง การพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนี้

ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ

  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
  • สภาอุตสาหกรรมจังหวัด (ที่บริษัทฯ ตั้งอยู่)
  • Malaysian Rubber Glove Manufacturers Association (MARGMA)
  • สมาคมผู้นำเข้าและผู้ส่งออกระดับมาตรฐานเออีโอ
  • กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์
  • สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย
  • ประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน, สถาบันไทยพัฒน์

ด้านสังคม

  • ยูนิเซฟ ประเทศไทย , (CRBP สิทธิเด็ก)
  • CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย

ด้านสิ่งแวดล้อม

  • สมาชิกเครือข่ายธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมจังหวัด
  • สมาชิกเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (Thailand Carbon Neutral Network: TCNN)
image bg