
ตลอดปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของอุตสาหกรรมถุงมือยางอันเกิดจากปัจจัยภายนอกหลายประการ ทั้งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ (US Reciprocal Tariff) การเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ประกอบการรายต่าง ๆ ที่ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคายังคงเข้มข้น รวมถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ค่าเงินบาท ที่แข็งค่า และเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่โดยรอบโรงงานบางแห่งของบริษัทฯ ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโครงสร้างการผลิตที่ยืดหยุ่น ครอบคลุมทั้งถุงมือยางธรรมชาติ (NR) และถุงมือยางไนไตรล์ (NBR) รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายด้วยงานวิจัย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า อีกทั้งได้กระจายตลาดไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อช่วยสร้างสมดุลเชิงกลยุทธ์ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และเสริมเสถียรภาพการดำเนินงานในระยะยาว โดยปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 23,890 ล้านบาท มีปริมาณขาย 37,102 ล้านชิ้น และมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ไม่รวมรายการพิเศษ อยู่ที่ 3,427 ล้านบาท
แม้ว่าในช่วงปลายปี เหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้จะเป็นอีกเหตุการณ์สำคัญที่กระทบต่อทั้งชุมชน พนักงาน และการดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งทำให้โรงงานของบริษัทฯ บางแห่งต้องหยุดดำเนินการชั่วคราวและเกิดความเสียหาย บริษัทฯ ได้เร่งดำเนินการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ ทั้งการซ่อมแซมเครื่องจักร การฟื้นฟูพื้นที่ปฏิบัติงาน การบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตลอดจนการดูแลสวัสดิภาพพนักงาน และให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนโดยรอบอย่างเหมาะสม โรงงานส่วนใหญ่สามารถกลับมาดำเนินงานได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว จากความทุ่มเทและศักยภาพของบุคลากร รวมทั้งกลยุทธ์ ในการดำเนินงานของบริษัทฯ ผสานความเชื่อมั่นและการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทำให้บริษัทฯ สามารถฟื้นฟูจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างมั่นคง และเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว
อ่านเพิ่มเติม
ความสำคัญของเราคือการส่งมอบ "Touch of Life" และโลกที่ยั่งยืน เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สมกับคำที่เรียกว่า "Touch of Life" และเราห่วงใยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่เพียงแต่เพื่อมนุษย์ แต่เพื่อทุกชีวิตในโลกอันสวยงามนี้






มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ควบคู่ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถบริหารกิจการให้เติบโต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย อันจะนำไปสู่การดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานตามกรอบความยั่งยืนแต่ละด้าน ที่สอดคล้องกับประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญของบริษัทฯ และ ตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs) ที่มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ความครอบคลุมทางสังคม และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม
บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบ ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้นำเอาหลักการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้ง 17 เป้าหมาย เพื่อระบุประเด็นที่สอดคล้องกับการดำเนินงานและสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง
จากการประเมินผลกระทบและความเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทฯ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายดังต่อไปนี้


นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับเป้าหมายอื่นๆ

การกำหนดเป้าหมาย SDGs นี้จะเป็นกรอบแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัทใน ระยะยาว พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม


การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นสาเหตุหลักของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเกิดภาวะภัยแล้ง น้ำท่วมและภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อดำเนินธุรกิจ และการดำรงชีวิตของคนในโลก อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กร การตั้งเป้าหมาย Net Zero สะท้อนถึงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการร่วมแก้ปัญหาวิกฤตโลกเดือด และสนับสนุนความพยายามในการควบคุมให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีส
บริษัทฯ จึงได้กำหนดเป้าหมาย ระยะสั้น และระยะยาว 2 เป้าหมายหลัก
ซึ่งจะนำไปสู่การวางแผนการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ดังนี้
โดยได้สื่อสารเป้าหมายให้พนักงานทั้งองค์กรรับทราบ
และขอความร่วมมือจากพนักงานทุกคนในการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง ร่วมกันจัดทำแผนการปฏิบัติงานรองรับที่สอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจและหลักการทางวิทยาศาสตร์ SBTi โดยการตั้งเป้าหมายนี้จะครอบคลุม ขอบเขตที่ 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากกิจกรรมขององค์กร ขอบเขตที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยมีกลยุทธ์ 3 ด้าน คือ
เราเชื่อมั่นว่าจากความมุ่งมั่นและทุ่มเทของทุกคนในองค์กรเพื่อดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายจะสนับสนุนให้ STGT ก้าวไปสู่การเป็นองค์กรผู้นำด้านความยั่งยืนและการจัดการก๊าซเรือนกระจกระดับแนวหน้าของประเทศไทยและระดับสากลที่สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจตลอดจนมอบผลตอบแทนคืนสู่นักลงทุนสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ประกาศ ณ วันที่ 29 เมษายน 2568

| ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน | เป้าหมาย |
|---|---|
| ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ | |
| การกำกับดูแลกิจการที่ดี | - บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณธุรกิจ โดยได้รับการประเมินผลการกำกับดูแลคะแนนระดับดีเลิศ (5ดาว) อย่างต่อเนื่อง โดยมีคะแนนเฉลี่ยรวมเทียบเท่าหรือสูงกว่าปีที่ผ่านมา |
| การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน | - พนักงานได้เรียนรู้หลักสูตรจรรยาบรรณธุรกิจและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และทดสอบผ่าน e-testing ร้อยละ 100 - บริษัทฯ ได้รับการรับรองด้านการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง |
| ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล |
- บริษัทฯ สามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้ปราศจากเหตุการณ์รั่วไหล (Zero Data Breach) - บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ได้ครบถ้วน ร้อยละ 100 |
| การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ | - บริษัทฯ มีการฝึกซ้อมระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปี - บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22301 อย่างต่อเนื่อง - การหยุดชะงักของธุรกิจเป็นศูนย์ |
| การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน | - บริษัทฯ สื่อสารจรรยาบรรณและจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า ร้อยละ 100 - คู่ค้าที่ลงนามรับทราบจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า ร้อยละ 100 - คู่ค้าที่มีการส่งแบบตอบรับการประเมินตนเอง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG) ร้อยละ 100 - คู่ค้ารายสำคัญที่ได้รับการประเมินความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG) ในพื้นที่ปฏิบัติการ ร้อยละ 100 |
| การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม | - จำนวนโครงการนวัตกรรมทั้ง 3 ด้านของบริษัทฯ ที่ประสบความสำเร็จและสามารถนำไปต่อยอดได้อย่างน้อย 1 โครงการต่อปี |
| ด้านสังคม | |
| สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ | - การดำเนินงานธุรกิจของบริษัทฯ ได้รับการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ร้อยละ 100 - จำนวนข้อร้องเรียน หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่อุปทานจากการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นศูนย์ - จำนวนพนักงานเพศหญิงมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 50 ของพนักงานทั้งหมด |
| การดูแลพนักงาน | - ความผาสุกและผูกพันของพนักงานมากกว่าร้อยละ 85 (สัดส่วนของพนักงานที่ตอบการประเมินเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 85 ของพนักงานทั้งหมด) |
| การพัฒนาทักษะพนักงาน | - การฝึกอบรมของพนักงานเฉลี่ย 35 ชั่วโมงต่อคนต่อปี |
| อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน | - จำนวนการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตจากการทำงานเป็นศูนย์ - จำนวนการเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดเป็นศูนย์ |
| ความสัมพันธ์กับลูกค้าและ คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ |
- การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าเท่ากับร้อยละ 80 |
| การสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับชุมชน | - จำนวนโครงการที่เชื่อมโยงกับการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจทำให้ได้รับการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างน้อย 5 โครงการต่อปี - ความพึงพอใจของชุมชนจากการเข้าร่วมโครงการของบริษัทฯ เฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 85 - โครงการการมีส่วนร่วมกับชุมชนสามารถวัดผลได้ภายใต้การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคม (SROI) |
| ด้านสิ่งแวดล้อม | |
| ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม | - โรงงานสาขาได้รับการรับรองระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 ร้อยละ 100 ของโรงงานทั้งหมดในประเทศไทย |
| กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ | - การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ (ขอบเขตที่ 1 และ 2) ลงร้อยละ 20 เทียบกับปีฐาน 2567 ภายในปี 2573 - การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (ขอบเขตที่ 1 และ 2) ลงร้อยละ 23 เทียบกับปีฐาน 2567 ภายในปี 2573 - การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 เทียบกับปีฐาน 2567 |
| การบริหารจัดการพลังงาน | - การลดการใช้พลังงานรวมต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงร้อยละ 5.5 เทียบกับปีฐาน 2567 ภายในปี 2570 |
| การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ | - จำนวนเหตุการณ์การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์ |
| การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง | - การลดการใช้น้ำต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลงร้อยละ 6 เทียบกับปีฐาน 2567 ภายในปี 2572 |
| การบริหารจัดการของเสีย | - การลดปริมาณของเสียไม่อันตรายจากกระบวนการผลิตต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ที่กำจัดด้วยวิธีฝังกลบลงร้อยละ 50 เทียบกับปีฐาน 2567 ภายในปี 2573 - การลดปริมาณของเสียไม่อันตรายจากกระบวนการผลิตที่กำจัดด้วยวิธีฝังกลบเป็นศูนย์ภายในปี 2593 |
| การคำนึงถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ | - โรงงานสาขา (พื้นที่ปฏิบัติการ) ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพเบื้องต้น ร้อยละ 100 |