ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน (GRI 3-3)

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อองค์กร และ ผู้มีส่วนได้เสียในระดับที่สูง บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการ เพื่อลดความเสี่ยง ป้องกันการเกิดอุบัติการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและ สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มพนักงาน คู่ค้า/ ผู้รับเหมา และชุมชนรอบโรงงาน บริษัทฯ จึงได้กำหนด นโยบายอาชีวอนามัยและความปลอดภัย และประกาศเรื่อง กฎระเบียบสำหรับผู้รับเหมา เพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับพนักงานและผู้รับเหมาทุกคนให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม ในการทำงานทั้งต่อตัวเองและเพื่อนร่วมงาน สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทฯ ได้นำเอาหลักการบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45010210 เข้ามาใช้และได้ผ่านรับการรับรองในระบบดังกล่าว (GRI 403-1) นอกจากนี้ได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนการจัดการ ทบทวนและติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ โดยมีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) ทำหน้าที่ควบคุมดูแล ตลอดจนปรับปรุงการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำหนดเป้าหมายด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเป็นเป้าหมายขององค์กร เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านความปลอดภัยในการดำเนินธุรกิจ

การระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยง และการสอบสวนอุบัติการณ์ (GRI 403-2)

บริษัทฯ ดำเนินการระบุอันตรายที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและ อาชีวอนามัย จัดทำแผนการควบคุมและป้องกันความเสี่ยง และพิจารณาโอกาสในการปรับปรุงการดำเนินงานด้าน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพื่อให้ครอบคลุมกิจกรรมที่ดำเนินงานโดยพนักงานและผู้รับเหมา โดยกระบวนการระบุอันตรายจะพิจารณา ลักษณะงาน สถานที่ กิจกรรม และอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น สำหรับการประเมินความเสี่ยงจะพิจารณาปัจจัยทางสังคม วิธีการทำงาน อุบัติการณ์ในอดีต การออกแบบวิธีการทำงาน และกระบวนการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยดำเนินการประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และทุกครั้งเมื่อพบว่าอาจมีความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

บริษัทฯ ได้จัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงานกรณีเกิดอุบัติการณ์ทางด้านร่างกายหรือทรัพย์สิน ตลอดจนโรค อันเนื่องมากจากทำงาน โดยมีกระบวนการสอบสวนอุบัติเหตุเพื่อหาสาเหตุ กำหนดมาตรการในการแก้ไข และป้องกันการเกิดซ้ำ ตลอดจนติดตามผลการดำเนินการแก้ไข

สำหรับการสอบสวนอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัทฯ กำหนดให้ผู้พบเห็นหรืออยู่ในเหตุการณ์และหัวหน้างาน จะต้องรายงานให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบภายใน 24 ชั่วโมง จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสืบสวนอุบัติเหตุ โดยในการสืบสวนประกอบด้วย ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ผู้จัดการฝ่าย คปอ. ร่วมวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ และจัดหามาตรการแก้ไขป้องกันการเกิดซ้ำ รวมถึงมีการติดตามผลการดำเนินงานปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 บริษัทฯ ได้นำระบบ RCS Application มาใช้ ครอบคลุม 3 กิจกรรมดังนี้

  1. การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความสอดคล้องตามข้อกำหนดกฎหมาย
  2. กระบวนการสอบสวนอุบัติการณ์ (อุบัติเหตุทางด้านร่างกาย ทรัพย์สิน และเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ)
  3. การรายงานพฤติกรรมความปลอดภัย ใน BBS Application 

ซึ่งระบบดังกล่าว สามารถสื่อสารภายในกลุ่มบริษัทฯ ทำให้รับทราบเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นที่สาขาใดสาขาหนึ่ง สาขาอื่นๆ จะสามารถเตรียมการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ

จากผลการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยปี 2568 พบว่า ลักษณะความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด การบาดเจ็บจากการทำงานที่มีผลกระทบสูง (High-consequence work-related Injury) ได้แก่ อุบัติเหตุจากสารเคมี อุบัติเหตุจากเครื่องจักร เช่น สายพาน หรือจุดหมุน และเมื่อนำเหตุการณ์ทั้งหมดมาวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงของลักษณะงานหรือกิจกรรมที่จะทำให้เกิดโรคหรืออันตรายจากการทำงาน โดยแบ่งระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เป็น 5 ระดับ พบว่า มีความเสี่ยงเล็กน้อย จำนวน 13,599 กิจกรรม ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ จำนวน 8,791 กิจกรรม และ ความเสี่ยงปานกลาง จำนวน 1,141 กิจกรรม

ดังนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมอันตรายให้สอดคล้องกับหลักลำดับชั้นของการควบคุมอันตราย (Hierarchy of Controls) และระดับความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นการขจัดความเสี่ยงและอันตรายในการทำงาน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้รวบรวมรายงานการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี และวิเคราะห์ถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ พบว่า กรณีที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุด คือ อุบัติเหตุที่เกิดจากวัตถุหรือสิ่งของตัด/บาด/ทิ่ม/ แทง รองลงมาเป็นวัตถุหรือสิ่งของกระแทก/ชน และวัตถุหรือสิ่งของหนีบ/ดึง ตามลำดับ ซึ่งบริษัทฯ ได้วิเคราะห์สาเหตุและกำหนดวิธีการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดสูงสุด 3 ลำดับแรก ดังนี้

1) วัตถุหรือสิ่งของตัด/ บาด/ทิ่มแทง 2) วัตถุหรือสิ่งของกระแทก/ชน 3) วัตถุหรือสิ่งของหนีบ/ดึง

การระบุสาเหตุ

  1. ความประมาทของพนักงานไม่สวมใส่อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล ไม่ใช้อุปกรณ์ หรือเครื่องมือที่กำหนด
  2. การละเลยการปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

การระบุสาเหตุ

  1. การละเลยของพนักงานไม่สวมอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล ใช้ผิดวิธี หรือผิดประเภท
  2. ความประมาทของพนักงานไม่ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่กำหนด ไม่ปฏิบัติงานตามขั้นตอน

การระบุสาเหตุ

  1. การละเลยการปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงาน และวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้อง
  2. ความประมาทของพนักงานในการปฏิบัติงานกับเครื่องจักร

วิธีการป้องกันอุบัติเหตุ

  1. จัดให้มีอบรมชี้แจงพนักงานในเรื่องการซ่อมบำรุง ปรับปรุง แก้ไขเครื่องจักรต้องสวมใส่อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล และใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงาน
  2. ดำเนินการติดเทปเหลือง บริเวณเครื่องจักรหรือบริเวณโครงสร้างที่ห้ามจับ และชี้แจงให้พนักงานรับทราบ
  3. กำหนดให้มีการตรวจสอบ ควบคุมดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัย

วิธีการป้องกันอุบัติเหตุ

  1. จัดให้มีอบรมชี้แจงพนักงานเพิ่มเติมเรื่องการสวมใส่อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล ตามความเสี่ยงของงานหรือพื้นที่ และให้พนักงานปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  2. ดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และพื้นที่ปฏิบัติงาน
  3. กำหนดให้มีการตรวจสอบ ควบคุมดูแลให้พนักงานสวมใส่อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล ตลอดเวลา เมื่อต้องสัมผัสกับความเสี่ยงหรือปัจจัยเสี่ยง

วิธีการป้องกันอุบัติเหตุ

  1. ชี้แจงพนักงาน ย้ำเตือนพนักงานให้ปฏิบัติตามขั้นตอนการทำงานอย่างปลอดภัย
  2. ห้ามมีการใช้งานเครื่องจักรที่ชำรุดหรืออยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน จนกว่าจะมีการแก้ไขป้องกัน
  3. กำหนดให้มีการติดตั้งการ์ดนิรภัย และปุ่ม Emergency ของเครื่องจักร
  4. กำหนดให้มีการตรวจสอบ ควบคุมดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัย

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น การตรวจสอบระบบเตือนภัย เส้นทางหนีไฟ ไฟส่องสว่างฉุกเฉิน ป้ายและทางออกฉุกเฉิน ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ และอุปกรณ์ระงับเหตุฉุกเฉินต่างๆ ตลอดจนมีการฝึกซ้อมทีมระงับเหตุฉุกเฉินให้มีความพร้อมปฏิบัติงานอยู่เสมอ รวมถึงการซ้อมแผนฉุกเฉินที่อาจส่งผลให้ธุรกิจหยุดชะงักตามระบบมาตรฐาน ISO 22310การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยครอบคลุมวิกฤติจำนวน 4 กรณี ได้แก่ ไฟไหม้, บอยเลอร์ระเบิด, น้ำท่วม และการโจมตีทางไซเบอร์

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการตรวจตรวจประเมินความเสี่ยง (Risk improvement Survey) ที่จัดขึ้นโดย ฝ่ายประกันภัย ร่วมกับนายหน้าประกันภัย (Marsh PB Co., Limited) โดยข้อบกพร่องหรือข้อเสนอแนะที่ตรวจพบ จะถูกนำมาจัดทำแผนการแก้ไขและป้องกัน ตลอดจนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงที่มีผลกระทบกับบริษัทฯ

การบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน (GRI 403-3)

บริษัทฯ ได้คำนึงถึงการบูรณาการประเด็นด้านสุขภาพเข้ากับการดำเนินธุรกิจ ด้วยความตระหนักว่าองค์กรจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องมาจากพนักงานที่มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งส่งผลถึงประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น บริษัทฯ จึงใส่ใจในการดูแลและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของพนักงานและผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ โดยจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Health risk assessment) โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดกระบวนการเฝ้าระวังและตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เช่น การตรวจวัดทางด้านสุขศาสตร์อุตสาหกรรม (แสงสว่าง เสียง ความร้อน ฝุ่น และสารเคมี) ในพื้นที่ปฏิบัติงาน เทียบกับค่ามาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง โดยหากผลการตรวจวัดมีค่าเกินค่ามาตรฐาน บริษัทฯ จะดำเนินการจัดทำแผนการปรับปรุง ตรวจสอบซ้ำ และจัดให้มีมาตรการควบคุมและป้องกันอย่างเป็นระบบ เช่น ผลการตรวจวัดเสียงเกินมาตรฐานบางจุด บริษัทฯ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์การได้ยิน ซึ่งครอบคลุมหัวข้อการปรับปรุงแก้ไข อันได้แก่ การปรับปรุงพื้นที่ การอบรม การรณรงค์ การตรวจตรา และการตรวจติดตามผลกระทบต่อพนักงาน

ตรวจวัดสภาพแวดล้อมและวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการทำงาน
(ครอบคลุมพื้นที่การทำงาน และตัวบุคคล)

บริษัทฯ มีห้องพยาบาลและพยาบาลประจำ เพื่อให้บริการด้านสุขภาพให้กับพนักงานและผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ รวมถึงจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ทำหน้าที่ควบคุมดูแล และให้คำแนะนำแก่พนักงานและผู้ปฏิบัติงานในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

การมีส่วนร่วม การให้คำปรึกษา และการสื่อสารในประเด็นอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (GRI 403-4)

บริษัทฯ ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) เป็นคณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายในสถานประกอบการ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างตัวแทนฝ่ายบริหารและตัวแทนฝ่ายลูกจ้างที่มาจากทุกสายงาน ร่วมกันบริหารจัดการสถานประกอบการให้มีความปลอดภัยและ มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี โดยคณะทำงานกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การปรับปรุง และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยคณะทำงานจะเสนอแนะความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในแผนกของตนเองและรอบข้าง เพื่อแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทั้งทางด้านร่างกายและทรัพย์สิน รวมทั้งการตรวจพื้นที่ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย เพื่อปรับปรุงพื้นที่ทำงานให้มีความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงานที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน สร้างความตระหนัก ร่วมให้คำปรึกษา และสื่อสารในประเด็นที่เกี่ยวกับ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น กิจกรรม BBS, กิจกรรมจิตอาสาด้านความปลอดภัย, การชื่นชมและมอบรางวัลด้านความปลอดภัย, สื่อนิทรรศการด้านความปลอดภัย, เกมส์ตอบคำถามด้านความปลอดภัย, การสื่อสารผ่าน Outlook ป้ายประกาศ, เสียงตามสายด้านความปลอดภัยในการทำงาน (Safety Radio), กิจกรรม KYT, กิจกรรม QCC, กิจกรรม KAIZEN, กิจกรรม 5ส., กิจกรรม Safety talk, กิจกรรม Safety Greeting Culture, กิจกรรม Safety Inspection, กิจกรรม Safety Day เป็นต้น

Safety Greeting Culture Project กิจกรรมการทักทายด้วยความปลอดภัย (สวัสดีค่ะ/ครับ ปลอดภัยนะคะ/ ครับ)

กิจกรรมปลูกจิตสำนึกด้านความปลอดภัยนอกงานโดยการแจกหมวกนิรภัยในการสวมใส่มาทำงาน

กิจกรรม Safety Inspection

กิจกรรม KYT

กิจกรรม Safety Talk

กิจกรรมเสียงตามสาย

กิจกรรมตอบคำถามด้านความปลอดภัย

การอบรมพนักงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (GRI 403-5)

บริษัทฯ จัดให้มีการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยให้กับพนักงานและผู้ปฏิบัติงานทุกคนก่อนเริ่มทำงาน หรือเมื่อเปลี่ยนงาน โดยพิจารณาหลักสูตรการฝึกอบรมตามที่กฎหมายกำหนด และที่จำเป็นตามลักษณะของอันตรายและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับงานหรือกิจกรรมที่ปฏิบัติ เช่น การอบรมดับเพลิงขั้นต้น การอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การฝึกอบรมการขับขี่รถโฟล์คลิฟท์และรถแฮนด์ลิฟท์อย่างถูกต้องและปลอดภัย การอบรม ความปลอดภัยในการใช้สารเคมี การอบรมความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า และการอบรมความปลอดภัยในการทำงานในพื้นที่อับอากาศ เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดการฝึกอบรมพนักงานและฝึกซ้อมทีมฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ เช่น การฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ สารเคมีรั่วไหล และน้ำท่วม เป็นต้น บริษัทฯ มีการจัดทำแผนการฝึกอบรม ติดตามการดำเนินการตามแผน การประเมินผล ตลอดจนบันทึกประวัติการฝึกอบรมของพนักงาน เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ ในการป้องกันและควบคุมอันตรายในขณะปฏิบัติงาน

การอบรมตามบทบาทหน้าที่

ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับลูกจ้างเข้าใหม่

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับบริหาร

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับหัวหน้างาน

การขับรถ Forklift อย่างปลอดภัย

คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ

การอบรมส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

การอบรมการป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน

อบรมดับเพลิงขั้นต้น

ฝึกซ้อมแผนระงับเหตุแอมโมเนียรั่วไหล

ฝึกซ้อมแผนระงับเหตุกรดไนตริกรั่วไหล

ฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้

อบรมการแจ้งเหตุและระงับเหตุเบื้องต้น

ฝึกซ้อมแผนอพยพหนีไฟ

ฝึกซ้อมแผนการระงับเหตุคลอรีนรั่วไหล

ฝึกซ้อมแผนการระงับเหตุน้ำท่วม

การส่งเสริมสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน (GRI 403-6)

การส่งเสริมสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน (GRI 403-6)

  • ให้บริการรักษาพยาบาลเบื้องต้นและการรักษาในกรณีฉุกเฉินแก่พนักงานและผู้ปฏิบัติงาน ณ ห้องพยาบาลของบริษัทฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
  • จัดบริการการตรวจสุขภาพประจำปีให้กับพนักงาน และจัดโครงการส่งเสริมการตรวจสุขภาพสำหรับพนักงานที่มีอายุเกิน 35 ปี
  • จัดให้มีการให้ความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันให้กับพนักงาน
  • มีการจัดตั้งศูนย์สุขภาพดีวัยทำงาน เพื่อให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพ และดำเนินโครงการสถานประกอบการ ปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข โดยได้รับผลการประเมินรางวัลโล่ทอง ระดับประเทศ จำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาชุมพร และสาขาสุราษฎร์ธานี

    อาคารพยาบาล

    การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงประจำปี

    โครงการส่งเสริมสุขภาพแบบครบวงจรในสถานประกอบการ ประจำปี 2568

    การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการยศาสตร์ในการทำงาน

  • บริษัทฯ ยังได้สนับสนุนด้านกีฬาให้กับพนักงาน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรง และช่วยลด ความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยจัดให้มี กิจกรรมแข่งขันกีฬา การสนับสนุนให้มี สนามฟุตบอล สนามเปตอง สนามตะกร้อ และอุปกรณ์การออกกำลังกาย ที่บ้านพักพนักงาน เพื่อให้พนักงานได้ออกกำลังกาย คลายเครียดจากการทำงาน รวมถึงการสร้างความสามัคคี ความสัมพันธ์ ในหมู่พนักงาน
    กีฬาสานสัมพันธ์วันสงกรานต์ 2568
  • กิจกรรม Safety to School
    การอบรมให้ความรู้ น้องๆ นักเรียนในการเอาตัวรอด กรณีเกิดอัคคีภัย

การป้องกันและลดผลกระทบด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ (GRI 403-7)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญและตระหนักถึงความเสี่ยงและผลกระทบเชิงลบด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่อาจเกิดจากการดำเนินงานของคู่ค้าหรือผู้ที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในองค์กร นอกจากการกำหนดให้มีการจัดอบรมด้านความปลอดภัยสำหรับผู้รับเหมาประจำปี และการจัดทำ Work Permit เมื่อเข้ามาทำงานในบริษัทฯ บริษัทฯ ยังได้กำหนดจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ (Supplier Code of Conduct) สื่อสารให้กับคู่ค้า เพื่อส่งเสริมคู่ค้าธุรกิจให้มีการดำเนินงานสอดคล้องกับวิถีการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยมีแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสำหรับคู่ค้าธุรกิจ ดังนี้

  • จัดเตรียมสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัย และควบคุมความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุและผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน และจัดให้มีบริการด้านสุขภาพ ความช่วยเหลือทางการแพทย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเพียงพอ
  • จัดให้มีการฝึกอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม
  • ประเมินและเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนการตอบสนอง ฟื้นฟู และแผนการสื่อสาร

จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยนี้ คู่ค้าธุรกิจของบริษัทฯ จะต้องยึดถือและปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทั้งของคู่ค้าธุรกิจและต่อบริษัทฯ

ผลการดำเนินงาน

บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการดำเนินงานของพนักงาน และผู้รับเหมา/ผู้ปฏิบัติงาน ดังตาราง

ตัวชี้วัดด้านความปลอดภัยและ
อาชีวอนามัย1
(GRI 403-9, 403-10)
หน่วย เป้าหมาย ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
การเสียชีวิตจากการทำงาน (Fatality) ราย
• พนักงาน 0 0 1 0 0 0 0
• ผู้รับเหมา 0 0 0 0 0 0 0
อัตราความถี่ของการบาดเจ็บ (LTIFR) ครั้งต่อหนึ่งล้านชั่วโมงการทำงาน
• พนักงาน 1.26 2.68 2.08 1.93 1.40 0.38 0.34
• ผู้รับเหมา - NA NA 0 0 0 0
อัตราความสาหัสของการบาดเจ็บ (LTISR) ครั้งต่อหนึ่งล้านชั่วโมงการทำงาน
• พนักงาน - 17.52 10.86 5.42 7.95 1.43 0.63
• ผู้รับเหมา - NA NA 0 0 0 0
อัตราการบาดเจ็บรวม (TRIFR) ครั้งต่อหนึ่งล้านชั่วโมงการทำงาน
• พนักงาน 2.50 3.27 2.88 4.34 3.81 2.10 1.68
• ผู้รับเหมา - NA NA 0 0 0 0
อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานที่มีผลกระทบสูง ครั้ง
• พนักงาน 0 0 0 1 0 0 0
• ผู้รับเหมา - NA NA 0 0 0 0
อัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงาน (OIFR) ราย
• พนักงาน 0 0 0 0 0 0 0
• ผู้รับเหมา - NA NA 0 0 0 0

หมายเหตุ
* อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานที่มีผลกระทบสูง (High-Consequence Work-related Injuries Rate) หมายถึง การบาดเจ็บจากการทำงานที่ส่งผลให้เสียชีวิต หรือการบาดเจ็บที่ทำให้ผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาอยู่ในสภาพเหมือนเดิมก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ภายใน 6 เดือนหลังจากเกิดอุบัติเหตุ
1 บริษัทฯ เริ่มดำเนินการจัดเก็บข้อมูลด้านความปลอดภัยของผู้รับเหมาในปี 2565 เป็นปีแรก