บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล เพื่อให้คู่ค้าของบริษัทฯ ดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม รวมถึงการประเมินความเสี่ยงดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และความซื่อสัตย์ทางธุรกิจเริ่มตั้งแต่กระบวนการสรรหาวัตถุดิบอย่างเป็นธรรมจนถึงการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้า
การจัดซื้อจัดจ้างและการปฏิบัติต่อคู่ค้า
บริษัทฯ มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการและหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงการทำธุรกิจกับคู่ค้าที่เสนอให้ผลประโยชน์ใดๆ โดยไม่สุจริต และถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจว่าด้วยคู่ค้าและคู่แข่งทางการค้าอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการผูกขาดทางการค้า การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ป้องกัน การทุจริตคอร์รัปชัน และการส่งเสริมให้เกิดผู้ขายรายใหม่ ให้ความสำคัญกับเรื่องการทำธุรกรรมกับคู่ค้าที่มีเจตจำนงเดียวกันกับบริษัทฯ ในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติตามเอกสารวิธีการควบคุมกระบวนการจัดซื้อวัตถุดิบและบริการ ที่กำหนดการพิจารณาคัดเลือกจากคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการตามความต้องการของผู้ใช้งาน ความเหมาะสมของราคา ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว การจัดซื้ออุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่มีฉลากเบอร์ 5 การลดหรือเลิกใช้สารที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น ในด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการจ้างงานอย่างเป็นธรรม ไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ การไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้คู่ค้ามีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้นำแบบการตรวจประเมิน Supplier ในระบบ BSCI code of conduct, SMETA (Sedex Members Ethical Trade Audit) และอื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เข้ามาประยุกต์ใช้กับ การตรวจประเมินประจำปีของคู่ค้ารายสำคัญ
บริษัทฯ ได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมคู่ค้าธุรกิจในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเดียวกันกับบริษัทฯ และยังเป็นโอกาสให้บริษัทฯ และคู่ค้าธุรกิจมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเติบโตและยั่งยืนไปด้วยกัน ทั้งนี้ หลักการที่นำมาจัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ นอกจากข้อกำหนด, ข้อบังคับ, กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังได้อ้างอิงถึงกฎบัตรและมาตรฐานต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล คือ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) และข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact)
แนวทางการปฏิบัติสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ แบ่งเป็น 4 ด้าน โดยสรุปดังนี้
1. การกำกับดูแลกิจการที่ดีบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน เคารพทรัพย์สินทางปัญญา ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการตามข้อกำหนด ตลอดจนมีการบริหารความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึง การจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ
2. การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนบริษัทฯ ให้การปกป้องการใช้แรงงานเด็ก แรงงานทาส และแรงงานบังคับ ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและ ไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงการคุ้มครองแรงงานและเคารพสิทธิเสรีภาพในการเข้าร่วมสมาคมและการเข้าร่วมเจรจาต่อรอง
3. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยบริษัทฯ ให้ความสำคัญในประเด็นความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมครบถ้วน จัดให้มีความช่วยเหลือทางการแพทย์ และการเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน
4. การปกป้องสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายสิ่งแวดล้อมรวมถึงพันธสัญญาต่างๆ สนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้ วัสดุที่มีความยั่งยืน (Sustainable Materials) เช่น เลือกใช้วัสดุทดแทน หรือ วัสดุรีไซเคิล ที่มีการปล่อยสารมลภาวะต่ำ การใช้พลังงานหมุนเวียน การคำนึงถึงปัจจัยด้านผลกระทบและ ความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ ตลอดจนคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีส่วนร่วมใน การบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
(จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ ฉบับเต็มเปิดเผยไว้ใน https://www.sritranggloves.com/en/documents/corporate-policy)
การบริหารจัดการความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดจากคู่ค้ารายสำคัญที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานขององค์กร เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการจัดกลุ่มลูกค้า โดยแบ่งกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ จากเกณฑ์ดังนี้
จากเกณฑ์ดังกล่าวได้แบ่งคู่ค้ารายสำคัญออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มวัตถุดิบและกลุ่มงานรับจ้างช่วง โดยในการคัดเลือกคู่ค้า บริษัทฯ จะประเมินและคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์ประเมินที่ครอบคลุม และสอดคล้องกับระบบมาตรฐานต่างๆ ที่บริษัทฯ ได้รับการรับรอง เช่น BSCI, SMETA, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301 เป็นต้น
ทั้งนี้ จากการที่ทาง EU ได้ออกกฎระเบียบ EU Deforestation Regulation หรือ EUDR ขึ้นมาเพื่อลดการทำลายป่าไม้และปัญหาด้านแรงงานที่เกิดขึ้นจากภาคการเกษตรนั้น ทางบริษัทฯ ได้มีการเตรียมพร้อมในการตรวจสอบย้อนกลับไว้แล้ว
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการตรวจติดตามระบบบริหารงานคุณภาพของผู้ค้าส่ง หรือ Outsource วิกฤติประจำปี โดยแบบประเมินที่ใช้ตรวจติดตามอ้างอิงตามข้อกำหนด/กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้าส่ง เช่น ISO 9001, ISO 13485, ISO/IEC 17025, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22000, BSCI Code of Conduct & SMETA, GMP, Halal และ มาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ รวมถึงด้านการบริหาร ความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งมีความถี่ในการตรวจติดตามอย่างน้อย 2 ปี/ 1 ครั้ง ทั้งการตรวจติดตามโดยฝ่ายที่รับผิดชอบ และ การให้คู่ค้าทำการประเมินตนเอง แต่สำหรับกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ (Critical/Significant Outsource) ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต บริษัทฯ จึงกำหนดให้มีการตรวจติดตามในพื้นที่ปฏิบัติการจริง (Onsite Audit) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคู่ค้าดำเนินงานตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่บริษัทฯ กำหนดไว้ โดยฝ่ายระบบคุณภาพดำเนินการนัดประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนและคัดเลือกรายชื่อคู่ค้า (Supplier) ที่ต้องดำเนินการตรวจติดตามในแต่ละปี จากนั้นจะจัดทำแผนการตรวจติดตามอย่างเป็นระบบ กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน และดำเนินการตรวจประเมินในพื้นที่ปฏิบัติการของคู่ค้าตามแผนที่วางไว้ ซึ่งฝ่ายระบบคุณภาพดำเนินการประเมินผลประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของคู่ค้า โดยใช้วิธีการวิเคราะห์แบบใยแมงมุม (Spider Chart Analysis) เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมของผลการประเมินในหลายมิติ ได้อย่างชัดเจน โดยผลการประเมินจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อระบุจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาที่เหมาะสม พร้อมทั้งจัดทำ แผนปรับปรุงร่วมกับคู่ค้า และติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
ด้านของความโปร่งใสในระบบการจัดซื้อจัดจ้าง บริษัทฯ มีระบบการตรวจสอบภายในและความประเมิน ความเสี่ยงที่อาจเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน กรณีที่พบว่ามีความไม่โปร่งใส หรือพบการทุจริต จะดำเนินการทางวินัยกับพนักงานตามระเบียบของบริษัท และ มีระบบ Blacklist กับคู่ค้า ดังกล่าว โดยในปี 2568 พบว่าซัพพลายเออร์ที่มีแผนการดำเนินการแก้ไขจากจำนวนซัพพลายเออร์ที่ได้รับการประเมินว่ามีผลกระทบเชิงลบที่สำคัญทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นจำนวน 0 ราย
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงานของปี 2568 (GRI 308-1, 308-2)
| ข้อมูล | หน่วย | ปี 2568 |
|---|---|---|
| คู่ค้าที่ร่วมลงนาม แสดงเจตนารมณ์เรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (แบบสะสม) |
ราย | 2,399 |
| คู่ค้าที่ร่วมลงนาม แสดงเจตนารมณ์เรื่องการต่อต้าน การทุจริตคอร์รัปชัน |
ราย | 395 |
| คู่ค้าที่ได้รับการสื่อสารจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct for Tier 1 Suppliers) | ร้อยละ | 100 |
| คู่ค้าที่ลงนามรับทราบจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า ( Supplier Code of Conduct for Tier 1 Suppliers) | ร้อยละ | 100 |
| คู่ค้าที่ได้รับการประเมินความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) ในพื้นที่ปฏิบัติการ (BSCI, SMETA, ISO22301, etc.) | ร้อยละ | 100 |
| คู่ค้าที่มีการส่งแบบตอบรับการประเมินตนเอง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) ( BSCI, SMETA, BCM, etc.) | ร้อยละ | 100 |
| คู่ค้ารายใหม่ที่ผ่านการคัดกรองประเด็นด้านความยั่งยืนของบริษัท | ราย | 14 |
ปี 2568 ผลการตอบแบบประเมินตนเองด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาลจากคู่ค้า และ ผลการตรวจประเมินความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG) ในพื้นที่ปฏิบัติการ พบว่า “ไม่มีประเด็นความเสี่ยง”
| ข้อมูล | หน่วย | ปี 2568 |
|---|---|---|
| มูลค่าการจัดซื้อสินค้าและบริการทั้งหมด | ล้านบาท | 17,891 |
| มูลค่าการจัดซื้อสินค้าและบริการภายในท้องถิ่น (ไม่รวมวัตถุดิบน้ำยาง) | ล้านบาท | 1,147 |
| สัดส่วนการจัดซื้อสินค้าและบริการภายในท้องถิ่น (ไม่รวมวัตถุดิบน้ำยาง) | ร้อยละ | 6.41 |
| มูลค่าการจัดซื้อสินค้าและบริการภายในท้องถิ่น (รวมวัตถุดิบน้ำยาง) | ล้านบาท | 11,627 |
| สัดส่วนการจัดซื้อสินค้าและบริการทั้งหมด (รวมวัตถุดิบน้ำยาง)/td> | ร้อยละ | 64.99 |
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพและยกระดับความสามารถในการผลิตและให้บริการของ คู่ค้าให้ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้คู่ค้ามีความรับผิดชอบต่อสังคม ชี้แจงและดูแลให้คู่ค้าเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานตนเองอย่างเป็นธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจัดให้มีการสื่อสาร อบรมผู้รับเหมาประจำปี ศึกษาดูงาน การประชุมร่วมกับคู่ค้า และการตรวจประเมินคู่ค้าประจำปี เพื่อให้คำแนะนำ ร่วมพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและการส่งมอบให้สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทฯ รวมถึงการสร้างความร่วมมือ ในการจัดหาวัสดุที่ยั่งยืน หรือการทำโครงการ/กิจกรรมเพื่อลดการใช้ทรัพยากร ตลอดจนการตรวจประเมินประจำปี เพื่อพัฒนาการประกอบธุรกิจระหว่างกันอย่างยั่งยืน
ด้านบรรจุภัณฑ์
ในแต่ละปีบริษัทฯ มีการใช้บรรจุภัณฑ์ในการบรรจุถุงมือจำนวนมาก และความต้องการของลูกค้าเริ่มมี ความหลากหลายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯจึงต้องมีการประชุมหารือร่วมกับผู้ขาย เพื่อพัฒนาความรู้และอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาบรรจุภัณฑ์ที่พบในแต่ละปี เพื่อให้ได้บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการ โดยกิจกรรมต่างๆที่บริษัทฯทำร่วมกับผู้ขายบรรจุภัณฑ์ เช่น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ส่งเสริมการใช้กระดาษสีน้ำตาลเข้ม (Dark Brown) ที่ผลิตจากเยื่อรีไซเคิล ร้อยละ 100 สำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ซึ่งเป็นการลดการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ในการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน




ในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงจัดทำ โครงการกล่องหมุนเวียนรักษ์โลก ร่วมกับ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ดังรายละเอียดต่อไปนี้
โครงการกล่องหมุนเวียนรักษ์โลก
การส่งกล่องที่ใช้บรรจุถุงมือแต่ละครั้ง ผู้ผลิตจะต้องบรรจุกล่องใน (Dispenser) ใส่ใน กล่องนอก/กล่องกระดาษ สีน้ำตาล (Carton) (“กล่องหมุนเวียน”) และเมื่อมีการนำกล่องในไปใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเก็บรวบรวมกล่องหมุนเวียน ส่งคืนกลับไปให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์นำกล่องนั้นมาใช้ในการบรรจุกล่องใน เพื่อส่งให้กับบริษัทฯ ในครั้งถัดไปได้
ผลการดำเนินโครงการ
ผลที่ได้จากการทำโครงการ
หมายเหตุ: ค่า Emission Factor = 1.6184 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วย (ที่มา: https://thaicarbonlabel.tgo.or.th/index.php?lang=EN&mod=Y0hKdlpIVmpkSE5mWlcxcGMzTnBiMjQ9)บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน โดยการกำหนดและตกลงเงื่อนไขทาง การค้ากับคู่ค้าต้องเป็นไปเพื่อสะท้อนจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ การส่งมอบสินค้าที่ได้มาตรฐานในเวลาที่กำหนด การตอบสนองการสื่อสารและการร่วมพัฒนาธุรกิจระหว่างบริษัทฯ และคู่ค้า โดยบริษัทฯ จะกำหนดสินเชื่อทางการค้ากับ คู่ค้าแต่ละราย โดยพิจารณาจากปัจจัยหลายๆด้านข้างต้น โดยสินเชื่อดังกล่าวต้องสะท้อนถึงเครดิตของบริษัทฯ และความสามารถในการบริหารสภาพคล่องของบริษัทฯ และคู่ค้าอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ระยะเวลาสินเชื่อทางการค้า ที่บริษัทฯ มีกับคู่ค้าโดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงระหว่าง 15 – 60 วัน