การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (GRI 3-3)

บริษัทฯ มุ่งเน้นการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล เพื่อให้คู่ค้าของบริษัทฯ ดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม รวมถึงการประเมินความเสี่ยงดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และความซื่อสัตย์ทางธุรกิจเริ่มตั้งแต่กระบวนการสรรหาวัตถุดิบอย่างเป็นธรรมจนถึงการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพสูงสุดให้แก่ลูกค้า

การจัดซื้อจัดจ้างและการปฏิบัติต่อคู่ค้า

บริษัทฯ มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการและหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงการทำธุรกิจกับคู่ค้าที่เสนอให้ผลประโยชน์ใดๆ โดยไม่สุจริต และถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจว่าด้วยคู่ค้าและคู่แข่งทางการค้าอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการผูกขาดทางการค้า การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ป้องกัน การทุจริตคอร์รัปชัน และการส่งเสริมให้เกิดผู้ขายรายใหม่ ให้ความสำคัญกับเรื่องการทำธุรกรรมกับคู่ค้าที่มีเจตจำนงเดียวกันกับบริษัทฯ ในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติตามเอกสารวิธีการควบคุมกระบวนการจัดซื้อวัตถุดิบและบริการ ที่กำหนดการพิจารณาคัดเลือกจากคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการตามความต้องการของผู้ใช้งาน ความเหมาะสมของราคา ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว การจัดซื้ออุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่มีฉลากเบอร์ 5 การลดหรือเลิกใช้สารที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น ในด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการจ้างงานอย่างเป็นธรรม ไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ การไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้คู่ค้ามีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยได้นำแบบการตรวจประเมิน Supplier ในระบบ BSCI code of conduct, SMETA (Sedex Members Ethical Trade Audit) และอื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เข้ามาประยุกต์ใช้กับ การตรวจประเมินประจำปีของคู่ค้ารายสำคัญ

บริษัทฯ ได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมคู่ค้าธุรกิจในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตามแนวทางเดียวกันกับบริษัทฯ และยังเป็นโอกาสให้บริษัทฯ และคู่ค้าธุรกิจมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างความเติบโตและยั่งยืนไปด้วยกัน ทั้งนี้ หลักการที่นำมาจัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ นอกจากข้อกำหนด, ข้อบังคับ, กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังได้อ้างอิงถึงกฎบัตรและมาตรฐานต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล คือ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) และข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact)  

แนวทางการปฏิบัติสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ แบ่งเป็น 4 ด้าน โดยสรุปดังนี้

1. การกำกับดูแลกิจการที่ดีบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน เคารพทรัพย์สินทางปัญญา ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการตามข้อกำหนด ตลอดจนมีการบริหารความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึง การจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ

2. การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนบริษัทฯ ให้การปกป้องการใช้แรงงานเด็ก แรงงานทาส และแรงงานบังคับ ปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและ ไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงการคุ้มครองแรงงานและเคารพสิทธิเสรีภาพในการเข้าร่วมสมาคมและการเข้าร่วมเจรจาต่อรอง

3. ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยบริษัทฯ ให้ความสำคัญในประเด็นความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมครบถ้วน จัดให้มีความช่วยเหลือทางการแพทย์ และการเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน

4. การปกป้องสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อบังคับและกฎหมายสิ่งแวดล้อมรวมถึงพันธสัญญาต่างๆ สนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้ วัสดุที่มีความยั่งยืน (Sustainable Materials) เช่น เลือกใช้วัสดุทดแทน หรือ วัสดุรีไซเคิล ที่มีการปล่อยสารมลภาวะต่ำ การใช้พลังงานหมุนเวียน การคำนึงถึงปัจจัยด้านผลกระทบและ ความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศ ตลอดจนคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีส่วนร่วมใน การบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)

(จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ ฉบับเต็มเปิดเผยไว้ใน https://www.sritranggloves.com/en/documents/corporate-policy)

การบริหารจัดการความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดจากคู่ค้ารายสำคัญที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานขององค์กร เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสมและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการจัดกลุ่มลูกค้า โดยแบ่งกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ จากเกณฑ์ดังนี้

  1. เป็นคู่ค้าที่มียอดการซื้อขายสูง (แบ่งตามกลุ่มคู่ค้า)
  2. เป็นคู่ค้าที่จำหน่วยวัตถุดิบ สินค้า และให้บริการที่สำคัญกับกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  3. เป็นคู่ค้าที่มีน้อยรายในอนาคต

จากเกณฑ์ดังกล่าวได้แบ่งคู่ค้ารายสำคัญออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มวัตถุดิบและกลุ่มงานรับจ้างช่วง โดยในการคัดเลือกคู่ค้า บริษัทฯ จะประเมินและคัดเลือกโดยใช้เกณฑ์ประเมินที่ครอบคลุม และสอดคล้องกับระบบมาตรฐานต่างๆ ที่บริษัทฯ ได้รับการรับรอง เช่น BSCI, SMETA, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22301 เป็นต้น

ทั้งนี้ จากการที่ทาง EU ได้ออกกฎระเบียบ EU Deforestation Regulation หรือ EUDR ขึ้นมาเพื่อลดการทำลายป่าไม้และปัญหาด้านแรงงานที่เกิดขึ้นจากภาคการเกษตรนั้น ทางบริษัทฯ ได้มีการเตรียมพร้อมในการตรวจสอบย้อนกลับไว้แล้ว

นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการตรวจติดตามระบบบริหารงานคุณภาพของผู้ค้าส่ง หรือ Outsource วิกฤติประจำปี  โดยแบบประเมินที่ใช้ตรวจติดตามอ้างอิงตามข้อกำหนด/กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้าส่ง เช่น ISO 9001, ISO 13485, ISO/IEC 17025, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22000, BSCI Code of Conduct & SMETA, GMP, Halal และ มาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ รวมถึงด้านการบริหาร ความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งมีความถี่ในการตรวจติดตามอย่างน้อย 2 ปี/ 1 ครั้ง  ทั้งการตรวจติดตามโดยฝ่ายที่รับผิดชอบ และ การให้คู่ค้าทำการประเมินตนเอง แต่สำหรับกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ (Critical/Significant Outsource) ที่มีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต บริษัทฯ จึงกำหนดให้มีการตรวจติดตามในพื้นที่ปฏิบัติการจริง (Onsite Audit) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าคู่ค้าดำเนินงานตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่บริษัทฯ กำหนดไว้ โดยฝ่ายระบบคุณภาพดำเนินการนัดประชุมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนและคัดเลือกรายชื่อคู่ค้า (Supplier) ที่ต้องดำเนินการตรวจติดตามในแต่ละปี จากนั้นจะจัดทำแผนการตรวจติดตามอย่างเป็นระบบ กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน และดำเนินการตรวจประเมินในพื้นที่ปฏิบัติการของคู่ค้าตามแผนที่วางไว้ ซึ่งฝ่ายระบบคุณภาพดำเนินการประเมินผลประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของคู่ค้า โดยใช้วิธีการวิเคราะห์แบบใยแมงมุม (Spider Chart Analysis) เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมของผลการประเมินในหลายมิติ ได้อย่างชัดเจน โดยผลการประเมินจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อระบุจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาที่เหมาะสม พร้อมทั้งจัดทำ แผนปรับปรุงร่วมกับคู่ค้า และติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

ด้านของความโปร่งใสในระบบการจัดซื้อจัดจ้าง บริษัทฯ มีระบบการตรวจสอบภายในและความประเมิน ความเสี่ยงที่อาจเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน กรณีที่พบว่ามีความไม่โปร่งใส หรือพบการทุจริต จะดำเนินการทางวินัยกับพนักงานตามระเบียบของบริษัท และ มีระบบ Blacklist กับคู่ค้า ดังกล่าว โดยในปี 2568 พบว่าซัพพลายเออร์ที่มีแผนการดำเนินการแก้ไขจากจำนวนซัพพลายเออร์ที่ได้รับการประเมินว่ามีผลกระทบเชิงลบที่สำคัญทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่อาจเกิดขึ้นจำนวน 0 ราย

เป้าหมาย

ผลการดำเนินงานของปี 2568 (GRI 308-1, 308-2)

ข้อมูล
หน่วย ปี 2568
คู่ค้าที่ร่วมลงนาม แสดงเจตนารมณ์เรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
(แบบสะสม)
ราย 2,399
คู่ค้าที่ร่วมลงนาม แสดงเจตนารมณ์เรื่องการต่อต้าน
การทุจริตคอร์รัปชัน
ราย 395
คู่ค้าที่ได้รับการสื่อสารจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct for Tier 1 Suppliers) ร้อยละ 100
คู่ค้าที่ลงนามรับทราบจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติสำหรับคู่ค้า ( Supplier Code of Conduct for Tier 1 Suppliers) ร้อยละ 100
คู่ค้าที่ได้รับการประเมินความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) ในพื้นที่ปฏิบัติการ (BSCI, SMETA, ISO22301, etc.) ร้อยละ 100
คู่ค้าที่มีการส่งแบบตอบรับการประเมินตนเอง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) ( BSCI, SMETA, BCM, etc.) ร้อยละ 100
คู่ค้ารายใหม่ที่ผ่านการคัดกรองประเด็นด้านความยั่งยืนของบริษัท ราย 14

ปี 2568 ผลการตอบแบบประเมินตนเองด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาลจากคู่ค้า และ ผลการตรวจประเมินความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมภิบาล (ESG) ในพื้นที่ปฏิบัติการ พบว่า “ไม่มีประเด็นความเสี่ยง”

ข้อมูล
หน่วย ปี 2568
มูลค่าการจัดซื้อสินค้าและบริการทั้งหมด ล้านบาท 17,891
มูลค่าการจัดซื้อสินค้าและบริการภายในท้องถิ่น (ไม่รวมวัตถุดิบน้ำยาง) ล้านบาท 1,147
สัดส่วนการจัดซื้อสินค้าและบริการภายในท้องถิ่น (ไม่รวมวัตถุดิบน้ำยาง) ร้อยละ 6.41
มูลค่าการจัดซื้อสินค้าและบริการภายในท้องถิ่น (รวมวัตถุดิบน้ำยาง) ล้านบาท 11,627
สัดส่วนการจัดซื้อสินค้าและบริการทั้งหมด (รวมวัตถุดิบน้ำยาง)/td> ร้อยละ 64.99

การร่วมพัฒนาคู่ค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพและยกระดับความสามารถในการผลิตและให้บริการของ คู่ค้าให้ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้คู่ค้ามีความรับผิดชอบต่อสังคม ชี้แจงและดูแลให้คู่ค้าเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานตนเองอย่างเป็นธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจัดให้มีการสื่อสาร อบรมผู้รับเหมาประจำปี ศึกษาดูงาน การประชุมร่วมกับคู่ค้า และการตรวจประเมินคู่ค้าประจำปี เพื่อให้คำแนะนำ ร่วมพัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและการส่งมอบให้สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทฯ รวมถึงการสร้างความร่วมมือ ในการจัดหาวัสดุที่ยั่งยืน หรือการทำโครงการ/กิจกรรมเพื่อลดการใช้ทรัพยากร ตลอดจนการตรวจประเมินประจำปี เพื่อพัฒนาการประกอบธุรกิจระหว่างกันอย่างยั่งยืน

ด้านบรรจุภัณฑ์

ในแต่ละปีบริษัทฯ มีการใช้บรรจุภัณฑ์ในการบรรจุถุงมือจำนวนมาก และความต้องการของลูกค้าเริ่มมี ความหลากหลายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯจึงต้องมีการประชุมหารือร่วมกับผู้ขาย เพื่อพัฒนาความรู้และอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาบรรจุภัณฑ์ที่พบในแต่ละปี เพื่อให้ได้บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามที่ลูกค้าต้องการ โดยกิจกรรมต่างๆที่บริษัทฯทำร่วมกับผู้ขายบรรจุภัณฑ์ เช่น

  • บริษัทฯ มีการประชุมหารือ เพื่อพัฒนาและอัพเดทข้อมูลเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สามารถตอบสนอง
    ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • บริษัทฯ ได้เข้าร่วมการสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ ที่จัดโดยผู้ขาย เพื่อเป็นการเพิ่มเติมความรู้ และอัพเดทเกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์ว่ามีการพัฒนาและมีแนวโน้มไปในทิศทางใด
  • บริษัทฯ ได้เข้าร่วมการสัมมนาเชิงวิชาการด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่จัดโดยคู่ค้า เพื่อติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการผลิตและแนวโน้มการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดยคู่ค้าได้นำเสนอการพัฒนาฉลากรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ซึ่งสามารถพิมพ์ลงบน
    บรรจุภัณฑ์เพื่อแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ทั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าและสะท้อนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ส่งเสริมการใช้กระดาษสีน้ำตาลเข้ม (Dark Brown) ที่ผลิตจากเยื่อรีไซเคิล ร้อยละ 100 สำหรับการผลิตบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก ซึ่งเป็นการลดการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ในการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน

ในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงจัดทำ โครงการกล่องหมุนเวียนรักษ์โลก ร่วมกับ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ดังรายละเอียดต่อไปนี้

โครงการกล่องหมุนเวียนรักษ์โลก

การส่งกล่องที่ใช้บรรจุถุงมือแต่ละครั้ง ผู้ผลิตจะต้องบรรจุกล่องใน (Dispenser) ใส่ใน กล่องนอก/กล่องกระดาษ สีน้ำตาล (Carton) (“กล่องหมุนเวียน”) และเมื่อมีการนำกล่องในไปใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเก็บรวบรวมกล่องหมุนเวียน ส่งคืนกลับไปให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์นำกล่องนั้นมาใช้ในการบรรจุกล่องใน เพื่อส่งให้กับบริษัทฯ ในครั้งถัดไปได้

ผลการดำเนินโครงการ

  • จากการรับสินค้าในปี 2568 หากนำกล่องในออกโดยไม่นำกล่องหมุนเวียนกลับมาใช้ซ้ำ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จะต้องใช้กระดาษในการผลิตกล่องใหม่ประมาณ 1,569,554 ใบ หรือคิดเป็นน้ำหนักกระดาษที่ต้องนำมาผลิตประมาณ 449 ตัน
  • จากการส่ง “กล่องหมุนเวียน กลับไปให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ใช้บรรจุกล่องใน (Dispenser) สามารถลดปริมาณการผลิต กล่องกระดาษสีน้ำตาลเหลือเพียง 784,777 ใบ หรือคิดเป็นน้ำหนักกระดาษที่ต้องนำมาผลิตประมาณ 225 ตัน

สรุปผลจากโครงการกล่องหมุนเวียน สามารถช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษของบริษัทฯ ได้ถึง 224 ตัน/ปี

ผลที่ได้จากการทำโครงการ

หมายเหตุ: ค่า Emission Factor = 1.6184 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วย (ที่มา: https://thaicarbonlabel.tgo.or.th/index.php?lang=EN&mod=Y0hKdlpIVmpkSE5mWlcxcGMzTnBiMjQ9)

นโยบายการบริหารสินเชื่อทางการค้ากับคู่ค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน โดยการกำหนดและตกลงเงื่อนไขทาง การค้ากับคู่ค้าต้องเป็นไปเพื่อสะท้อนจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ การส่งมอบสินค้าที่ได้มาตรฐานในเวลาที่กำหนด การตอบสนองการสื่อสารและการร่วมพัฒนาธุรกิจระหว่างบริษัทฯ และคู่ค้า โดยบริษัทฯ จะกำหนดสินเชื่อทางการค้ากับ คู่ค้าแต่ละราย โดยพิจารณาจากปัจจัยหลายๆด้านข้างต้น โดยสินเชื่อดังกล่าวต้องสะท้อนถึงเครดิตของบริษัทฯ และความสามารถในการบริหารสภาพคล่องของบริษัทฯ และคู่ค้าอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ระยะเวลาสินเชื่อทางการค้า ที่บริษัทฯ มีกับคู่ค้าโดยส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงระหว่าง 15 – 60 วัน