สารจากประธานกรรมการ

สารจากประธานกรรมการบริษัท

แม้ว่า STGT จะถือเป็นบริษัทน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่แท้ที่จริงแล้ว STGT ได้ทำการผลิตและจำหน่ายถุงมือให้แก่ลูกค้าทั่วโลกมามากว่า 30 ปี STGT ได้มีพัฒนาการและการเติบโตอย่างมั่นคงเรื่อยมา จนในปัจจุบันนับได้ว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตถุงมือขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของโลก ซึ่งผลิตและจำหน่ายถุงมือที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าทั่วทุกมุมโลกกว่า 140 ประเทศ นับได้ว่าเป็นบริษัทไทยที่ได้สร้างธุรกิจให้เติบโตในระดับโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ถึงแม้ว่าคุณสมบัติของถุงมือที่ STGT ผลิตนั้นโดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานถุงมือในทางการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหลัก แต่จากการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องของความสะอาดและสุขอนามัยที่ดี ถุงมือได้กลายมาเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ประจำครัวเรือน และตอบสนองต่อความต้องการในอีกหลากหลายอุตสาหกรรม STGT จึงได้ผลิตถุงมือหลากหลายชนิดเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนวัตกรรมในการผลิตถุงมือที่มีคุณภาพสูงได้มาตรฐานในระดับสากลแล้ว STGT ยังให้ความสำคัญต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยประมาณร้อยละ 65 ของถุงมือที่ STGT ผลิต เป็นถุงมือที่ใช้น้ำยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ เมื่อผ่านการใช้งานแล้วถุงมือยางธรรมชาติดังกล่าวจะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่สร้างขยะที่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง กระบวนการผลิตถุงมือของ STGT ยังใช้พลังงานจากธรรมชาติ คือ เศษไม้ยาง ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดการใช้พลังงานน้ำมันแล้ว (fossil carbon based) ยังเป็นการลดขยะและช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนี้ การเลือกใช้น้ำยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงมือถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางของไทย ด้วยการเพิ่มอุปสงค์ยางธรรมชาติและเพิ่มการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าในประเทศ เพื่อส่งออกจำหน่ายทำรายได้ให้แก่เศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

จากวิสัยทัศน์ในการขยายกำลังการผลิต การวางกลยุทธ์ทางตลาดด้วยสินค้าและเป้าหมายลูกค้าอย่างเหมาะสม และสถานการณ์ความต้องการใช้ถุงมือจากโรคโควิดส่งผลให้ปี 2563 เป็นปีที่ STGT มีผลประกอบการที่สูงที่สุดนับตั้งแต่บริษัทได้ก่อตั้งมา ซึ่งจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่ผ่านมา ผู้ถือหุ้นได้มีมติในเรื่องนโยบายการจ่ายเงินปันผลในทุก 3 เดือน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิ ตลอดปี 2564 ซึ่งน่าจะส่งผลให้หุ้น STGT กลายเป็นหุ้นปันผลที่สร้างผลตอบแทนอันเป็นที่น่าพอใจให้แก่นักลงทุนต่อไป

STGT มีนโยบายในการบริหารธุรกิจที่ยึดหลักธรรมภิบาลเป็นที่ตั้ง และมุ่งเน้นให้ความสำคัญต่อการเติบโตเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการผลิตถุงมือในตลาดโลกโดยการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส ใส่ใจต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนมั่นคงในระยะยาว

ในฐานะตัวแทนของคณะกรรมการบริษัทใคร่ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งรวมถึงหน่วยงานรัฐต่างๆ ที่ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ขยายธุรกิจ สร้างการเติบโตและสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจไทย ขอขอบพระคุณลูกค้าและคู่ค้าทุกท่านในความไว้วางใจในสินค้าและบริการของ STGT เสมอมา ขอขอบคุณเพื่อนกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจสร้างการเติบโตของธุรกิจได้เป็นที่น่าภาคภูมิใจ ขอขอบคุณสถาบันการเงินและผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจใน STGT เราเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถช่วยกันกำกับดูแลให้ STGT ดำรงความเป็นบริษัทจดทะเบียนแนวหน้าของไทยและก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมถุงมืออย่างแข็งแกร่งและมั่นคงได้สืบไป

ศาสตราจารย์ ดร. วีรกร อ่องสกุล

ประธานกรรมการบริษัท

บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ติดต่อเรา